EUV systems
€11.6B (2025)เครื่อง EUV 0.33-NA (NXE) 48 เครื่องในปี 2025 + เริ่มส่งมอบ High-NA EXE:5200B (~€400M/เครื่อง) — ตัวขับเคลื่อนหลักจาก advanced logic และ HBM
รายงานด้านล่างเขียนตอนราคา 1,696.01 USD (2026-09-02) — ตัวเลขและช่วงราคาทั้งหมดในรายงานอ้างอิงราคานั้น
ASML Holding N.V. (ADR) · NASDAQ · Semiconductor Equipment
ยังไม่ต้องทำอะไร — ราคาตอนนี้ $1,764.85 อยู่เหนือโซนซื้อไม้แรกของแผนเดิม ($1,660–1,690) จึงยังไม่มีไม้ไหนเปิด และข่าวใหญ่สัปดาห์นี้ (TSMC จะใช้เครื่องรุ่นใหม่ผลิตจริงปี 2030, Samsung ปี 2028) ยืนยันภาพเดิมมากกว่าจะเปลี่ยน คำตอบนี้จะเปลี่ยนถ้าราคาย่อกลับเข้า $1,660–1,690 หรืองบไตรมาส 3 วันที่ 14 ต.ค. 2026 ออกมาต่ำกว่าที่บริษัทบอกไว้ (€11.0–12.0B)
Verdict: bullish แบบมีเงื่อนไข — ASML เป็นธุรกิจคุณภาพสูงสุดกลุ่มหนึ่งในตลาดโลก (ผูกขาด EUV, net cash ~€8.5B, FCF €11.1B = 115% ของกำไรสุทธิ) แต่ที่ P/E TTM 53x หลังหุ้น +128% ใน 52 สัปดาห์ ราคาไม่ได้ให้ส่วนลดสำหรับความเป็นไปได้ที่ดีมานด์ AI ส่วนหนึ่งถูกขยายด้วยการเงินแบบวงกลม
รอบทบทวน = ทุกสัปดาห์เราเอารายงานฉบับเดิมมาตรวจกับข่าวและราคาใหม่ ว่าสิ่งที่เคยเขียนไว้ยังจริงอยู่ไหม — ไม่ใช่รายงานฉบับใหม่ ตัวรายงานด้านล่างยังเป็นของวันที่ 2026-09-02 เหมือนเดิม
แนวทางคือ ทยอยสะสมแบบมีวินัย ไม่ใช่เข้าเต็มไม้เดียว เพราะทฤษฎีที่ 1 (คอขวดผูกขาด) กับทฤษฎีที่ 2 (หน้าผา Q4 + ไฟเตือนถูกถอด) จะถูกตัดสินพร้อมกันในงบ Q3 (ต.ค. 2026) และงบ Q4 + guidance 2027 (ม.ค. 2027) — สองเหตุการณ์นี้อยู่ในกรอบ 5 เดือนข้างหน้า จึงไม่มีเหตุผลที่จะรีบใส่น้ำหนักเต็ม เนื่องจาก exposure ต่อประเด็นโครงข่ายการเงิน AI สูง (ASML อยู่ต้นน้ำสุด + ไม่มี bookings ให้ตรวจสอบแล้ว) แผนนี้จึง ลดน้ำหนักไม้ที่ลึกกว่าลงจากปกติ และผูกไม้ 2–3 เข้ากับเงื่อนไขว่าต้องเห็นสัญญาณด้านเครดิต/ออร์เดอร์ไม่แย่ลง ไม่ใช่ซื้อเพิ่มเพียงเพราะราคาถูกลง — การซื้อถัวหุ้นที่ราคาลงเพราะ thesis พังคือความผิดพลาดที่แพงที่สุด ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นเชิงการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
แผนนี้ใช้ไม่ได้ทันที (ไม่ใช่แค่ปรับราคาเข้า) เมื่อเกิดข้อใดข้อหนึ่ง:
หมายเหตุสำคัญ: ตัวเลข EPS/multiple ที่ใช้กำหนดโซนราคาเป็นการคำนวณจาก guidance ของบริษัทเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่บริษัทประกาศ และมีความไม่แน่นอนจากค่าเงิน EUR/USD (งบเป็น EUR ราคาเป็น USD ฝั่ง ADR) เนื้อหาทั้งหมดนี้เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านต้องตัดสินใจและรับความเสี่ยงเอง
HQ: Veldhoven ประเทศเนเธอร์แลนด์ · พนักงาน >44,000 FTE (สิ้นปี 2025) · CEO: Christophe Fouquet
ASML เป็นผู้ผลิตเครื่อง photolithography สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็น ผู้ผลิตเครื่อง EUV (Extreme Ultraviolet) เพียงรายเดียวของโลก ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตชิประดับ ≤7nm ทุกตัว — ตำแหน่งใน value chain คือ 'คอขวดต้นน้ำ' ของ leading-edge ทั้งหมด: TSMC, Samsung, Intel, SK hynix, Micron ล้วนต้องซื้อเครื่องจาก ASML รายได้แบ่งเป็นการขายระบบใหม่ (EUV/DUV) ราว 3 ใน 4 และธุรกิจบริการ/อัปเกรด Installed Base (~25%) ที่เป็นรายได้ recurring โตต่อเนื่อง
Moat เชิงโครงสร้าง: (1) ผูกขาดเทคโนโลยี EUV จากการลงทุน R&D สะสมกว่า 20 ปี ร่วมกับซัพพลายเชนเฉพาะทางที่เลียนแบบยาก (Zeiss ทำ optics ให้แบบ exclusive, Cymer แหล่งกำเนิดแสงเป็นบริษัทลูก) (2) switching cost สูงมาก — โรงงานออกแบบ process รอบเครื่อง ASML (3) installed base หลายพันเครื่องทั่วโลกสร้างรายได้บริการระยะยาว (4) รุ่นใหม่ High-NA EUV (EXE:5200B) ราคา ~€400M/เครื่อง เริ่มส่งมอบเชิงผลิตจริงแล้วให้ Intel และ Samsung เป็นบันไดขา margin รอบถัดไป ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างหลักคือ geopolitics: มาตรการควบคุมการส่งออกไปจีน และความพยายามของจีนสร้างเครื่อง immersion DUV เอง (BofA ประเมินกระทบ ~2.4% ของรายได้ปี 2027)
เครื่อง EUV 0.33-NA (NXE) 48 เครื่องในปี 2025 + เริ่มส่งมอบ High-NA EXE:5200B (~€400M/เครื่อง) — ตัวขับเคลื่อนหลักจาก advanced logic และ HBM
279 เครื่องในปี 2025 — immersion +2% แต่ non-immersion หดแรงตาม mature node และยอดจีนที่ลดลง
รายได้ recurring จากบริการและอัปเกรดฐานเครื่องติดตั้งทั่วโลก โตเร็วกว่ารายได้ระบบ
ปี 2025 ตลาดปลายทาง Logic/Foundry คิดเป็น ~66% ของยอดขาย (รายได้ฝั่ง foundry +42% YoY จากการเร่งลงทุน leading-edge รับ AI) และ Memory ~34% (-2% YoY แต่ได้แรงหนุนชัดจาก HBM และ DDR5) รายภูมิศาสตร์: Taiwan โตแรงสุด (+91% เป็น ~€8.3B), เกาหลีใต้ +27%, ขณะที่ จีนหด -10% และบริษัท guide ให้จีนเหลือ ~20% ของยอดขายระบบปี 2026 จากมาตรการควบคุมการส่งออก (ที่มา: Counterpoint Research, 20-F, Tom's Hardware)
5 ปี รายได้โตเฉลี่ย ~15% ต่อปี (CAGR 2021→2025 ≈ 15.1%) โดยมีจังหวะสะดุดปี 2024 (+2.6%) จากรอบขาลงเซมิฯ ก่อนกลับมาเร่งปี 2025 ด้วยแรง AI — จุดเด่นคือ EPS โตเร็วกว่ารายได้ (€14.34 → €24.71, +72%) จากทั้ง margin ที่ฟื้น (operating margin 30.7% ปี 2022 → 34.6% ปี 2025 และ TTM 35.4%) และการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่อง (หุ้นลดจาก 402.6M → 385.4M) ปี 2026 กำลังเป็นปีก้าวกระโดด: TTM ถึง มิ.ย. 2026 รายได้ €35.3B / net margin 30.1% และ guidance ทั้งปี €43–45B / GM 54–56% สูงกว่ากรอบมาร์จิ้นในประวัติศาสตร์ (ที่มา: stockanalysis.com, ASML PR)
| รายการ | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 |
|---|---|---|---|---|---|
| รายได้ (€M) | 18,611 | 21,173 | 27,559 | 28,263 | 32,667 |
| %โต YoY | +33.1% | +13.8% | +30.2% | +2.6% | +15.6% |
| กำไรขั้นต้น (€M) | 9,809 | 10,700 | 14,136 | 14,492 | 17,258 |
| Gross margin | 52.7% | 50.5% | 51.3% | 51.3% | 52.8% |
| กำไรดำเนินงาน (€M) | 6,536 | 6,501 | 9,042 | 9,023 | 11,301 |
| Operating margin | 35.1% | 30.7% | 32.8% | 31.9% | 34.6% |
| กำไรสุทธิ (€M) | 5,883 | 5,624 | 7,839 | 7,572 | 9,609 |
| Net margin | 31.6% | 26.6% | 28.4% | 26.8% | 29.4% |
| EPS (€, diluted) | 14.34 | 14.13 | 19.89 | 19.24 | 24.71 |
งบดุลแข็งแรงมากและเป็น net cash ตลอด 5 ปี — หนี้รวมทรงตัว ~€4.7–5.1B (ต่ำกว่า 0.5x ของ operating income ปี 2025 ที่ €11.3B จึงไม่มีประเด็น leverage) ขณะที่เงินสด+เงินลงทุนระยะสั้นพุ่งเป็น €13.1B สิ้นปี 2025 ทำให้ net cash กระโดดจาก ~€1.9B เป็น ~€8.5B แม้จะคืนเงินผู้ถือหุ้นกว่า €8.5B ในปีเดียว ส่วนของผู้ถือหุ้นเกือบเท่าตัวใน 5 ปี (BVPS €25.19 → €50.89) สะท้อนกำไรสะสมที่โตเร็วกว่าการจ่ายคืน (ที่มา: stockanalysis.com balance sheet; ตัวเลข net cash คำนวณจากเงินสด+ST investments ลบหนี้รวม)
| รายการ | 2021 | 2022 | 2023 | 2024 | 2025 |
|---|---|---|---|---|---|
| หนี้สินรวม (€M) | 4,746 | 4,684 | 4,990 | 5,065 | 4,690 |
| เงินสด + เงินลงทุนระยะสั้น (€M) | n/a | 7,591 | 7,376 | 7,011 | 13,142 |
| เงินสดสุทธิ (net cash) (€M) | ~2,881 | ~2,907 | ~2,386 | ~1,946 | ~8,452 |
| ส่วนของผู้ถือหุ้น (€M) | 10,141 | 8,811 | 13,452 | 18,477 | 19,612 |
| BVPS (€) | 25.19 | 22.33 | 34.19 | 46.98 | 50.89 |
| หุ้นคงเหลือ (ล้านหุ้น) | 402.6 | 394.6 | 393.4 | 393.3 | 385.4 |
Q2 2026 (สิ้นสุด มิ.ย.): ยอดขาย €9,326M (+21.2% YoY เทียบ Q2 2025 ที่ €7.7B; +6.4% QoQ) ทะลุกรอบ guidance €8.4–9.0B, gross margin 54.0% (สูงกว่า guide 51–52% ชัดเจน), กำไรสุทธิ €2,918M, EPS €7.59 — ตัวขับเคลื่อนคือดีมานด์ EUV/immersion จากการลงทุน AI ทั้ง advanced logic และ HBM, รายได้บริการ €2.76B บริษัทให้ guidance Q3 แรงมากที่ €11.0–12.0B / GM 55–57% และปรับเป้าทั้งปีขึ้นเป็น €43–45B (โตราว +32–38% YoY) จุดที่ตลาดติงคือการเลิกรายงาน net bookings รายไตรมาส (ที่มา: ASML Q2 2026 PR, CNBC)
| รายการ | FY2025 จริง | เป้าต้นปี (ม.ค. 2026) | เป้าหลัง Q1 (เม.ย.) | เป้าล่าสุด (ก.ค. 2026) |
|---|---|---|---|---|
| ยอดขายรวม | €32.7B | €34–39B | €36–40B | €43–45B |
| Gross margin | 52.8% | 51–53% | 51–53% | 54–56% |
| Q3 2026 (guide) | — | — | — | ยอดขาย €11.0–12.0B / GM 55–57% |
ณ 31 ส.ค. 2026 ADR ปิด $1,696.01 market cap $647.6B — P/E TTM ~53.4x (EPS TTM $31.41) และ forward P/E ~29.7x (stockanalysis; GuruFocus/valueinvesting ระบุ 36–40x ตามชุดประมาณการ) เทียบกลุ่มอุปกรณ์เซมิฯ (AMAT/LRCX/KLAC มัก trade ต่ำกว่า 30x TTM) ASML มี premium ชัดเจนตามสถานะผูกขาด EUV และการโตปี 2026 ที่ +30%+ ฝั่งนักวิเคราะห์ยัง bullish มาก: consensus Strong Buy (CNN: 38 Buy / 1 Sell; ChartMill: 39 Buy / 4 Hold / 1 Sell) เป้าเฉลี่ย ~$2,141–2,155 (upside ~27%) เป้าสูงสุด BofA $2,845 ขณะที่ฝั่งระวัง (GuruFocus GF Value $1,196) มองราคาแพงกว่ามูลค่า ~45% หลังหุ้นวิ่ง +128% ใน 52 สัปดาห์
AI capex supercycle — ลูกค้า foundry/memory เร่งขยายกำลังผลิต advanced logic และ HBM ทำให้ ASML ปรับเป้าปี 2026 ขึ้น 2 ครั้งเป็น €43–45B (+32–38% YoY) และ guide Q3 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ €11–12B
High-NA EUV ramp — EXE:5200B (~€400M/เครื่อง) เริ่มส่งมอบเชิงผลิตให้ Intel (14A) และ Samsung (SF2/1.4nm) เป็นตัวยก ASP และดัน gross margin สู่เป้า 56–60% ปี 2030; TSMC จะเข้าที่ node A14 (~2028)
Installed base โตสองหลัก — รายได้บริการ/อัปเกรด +26% ปี 2025 เป็น €8.2B รายได้ recurring ที่ลด cyclicality
การคืนเงินผู้ถือหุ้น — buyback €12B (2026–2028) + ปันผลโต 17% หนุน EPS โตเร็วกว่ากำไร
Backlog €38.8B — ครอบคลุมรายได้ราวหนึ่งปี ให้ visibility สูงแม้เลิกรายงาน bookings รายไตรมาส
Geopolitics / export controls — สหรัฐฯ กดดันการส่งออกไปจีนต่อเนื่อง จีนลดจาก 36% (2024) เหลือ ~29% (2025) และ guide ~20% ของยอดขายระบบปี 2026; ความเสี่ยง tariff สหรัฐฯ ต่อเครื่องและชิ้นส่วน
จีนพัฒนาเครื่องเอง — รายงานบริษัทรัฐหนุนจีนเริ่มผลิต immersion DUV กดหุ้น -12% ในเดือน ส.ค. 2026 (BofA ประเมินกระทบจำกัด ~2.4% ของรายได้ปี 2027 แต่เป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระยะยาว)
Valuation แพง — P/E TTM ~53x หลังหุ้น +128% ใน 52 สัปดาห์; GuruFocus มองแพงกว่ามูลค่า ~45% — หากรอบ AI capex สะดุด downside สูง
ลูกค้ากระจุกตัว + วัฏจักร — พึ่งพา TSMC/Samsung/Intel/ผู้ผลิต memory ไม่กี่ราย; ปี 2024 พิสูจน์แล้วว่ารายได้โตแค่ +2.6% ได้ในปีที่ลูกค้าชะลอ
Visibility ลดลง — การเลิกเปิดเผย net bookings รายไตรมาส (เริ่ม Q2 2026) ทำให้ตลาดตรวจสอบโมเมนตัมคำสั่งซื้อยากขึ้น
จังหวะ High-NA — TSMC เลื่อนการใช้ไปที่ A14 (~2028) หากลูกค้ารายอื่นเลื่อนตาม รายได้/margin จาก High-NA จะช้ากว่าแผน
ASML อยู่ในตำแหน่งที่หาไม่ได้อีกในตลาดหุ้นโลก: เป็น ผู้ผลิตเครื่อง EUV เพียงรายเดียว ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตชิประดับ ≤7nm ทุกตัว ทำให้บริษัทเป็น "คอขวดต้นน้ำ" ของ leading-edge ทั้งอุตสาหกรรม — TSMC, Samsung, Intel, SK hynix, Micron ไม่มีทางเลือกอื่น moat มาจาก R&D สะสม 20 ปี + ซัพพลายเชนเฉพาะทาง (Zeiss ทำ optics แบบ exclusive, Cymer เป็นบริษัทลูก) + switching cost ที่สูงมากเพราะโรงงานออกแบบ process รอบเครื่อง ASML
โครงสร้างรายได้ปี 2025: EUV €11.6B (+39%), DUV €12.0B (-6%), Installed Base Management €8.19B (+26%) — จุดที่ควรสังเกตคือ mix กำลังเลื่อนไปทางที่มาร์จิ้นดีขึ้น: EUV ขึ้นจาก 38% เป็น 48% ของยอดขายระบบ ขณะที่ DUV non-immersion (ตลาด mature node + จีน) หดตัว และรายได้บริการซึ่งเป็น recurring โตเร็วกว่ารายได้ระบบ นี่คือเหตุผลเชิงโครงสร้างว่าทำไม gross margin ถึงขยับจาก 51.3% (2024) เป็น 52.8% (2025) และ guide 54–56% ในปี 2026 — ไม่ใช่แค่ผลของ volume
ตัวเร่งรอบถัดไปคือ High-NA EUV (EXE:5200B) ราคา ~€400M/เครื่อง (เทียบ EUV ปกติ ~€150M) เริ่มส่งมอบเชิงผลิตจริงให้ Intel (14A) และ Samsung (SF2/1.4nm) แล้ว แต่ต้องบันทึกไว้ว่า TSMC ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่สุด เลือกข้าม High-NA ในรุ่น 2nm/A16 และจะเข้าที่ A14 ราวปี 2028 — แปลว่ารายได้ High-NA ในช่วง 2026–2027 จะพึ่ง Intel/Samsung เป็นหลัก ซึ่งทั้งคู่มีประวัติเลื่อน roadmap มากกว่า TSMC ดังนั้นเป้ามาร์จิ้น 56–60% ปี 2030 มีความเสี่ยงเรื่อง จังหวะเวลา มากกว่าเรื่องความเป็นไปได้
คุณภาพงบอยู่ในระดับสูงสุดของกลุ่ม:
ประเด็นที่ต้องระวังในตัวเลข (สิ่งที่ตัวเลขสวยบังไว้):
โครงสร้างตลาดเอื้อ ASML แทบสมบูรณ์: EUV ไม่มีคู่แข่ง ส่วน DUV มี Nikon/Canon แต่ส่วนแบ่งเล็กในตลาด immersion ระดับสูง SEMI คาด WFE ปี 2026 โต +9% เป็น $135.2B และโตต่อ +7.3% ปี 2027 — ASML จึงโตเร็วกว่าตลาดที่ตัวเองอยู่มาก (+32–38% vs +9%) ซึ่งสะท้อนทั้งการเพิ่ม lithography intensity ต่อ wafer และการขึ้นราคาต่อเครื่อง
ประเด็นจีนผลิต immersion DUV เองที่ทำให้หุ้นตก ~12% ในเดือน ส.ค. 2026 — ผมเห็นด้วยกับกรอบของ BofA ในเชิงตัวเลขระยะสั้น (20 เครื่อง ≈ €1.4B ≈ 2.4% ของรายได้ปี 2027) แต่ไม่ควรปัดทิ้ง เพราะนัยที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขปีเดียว แต่คือ การเริ่มต้นของเส้นทางทดแทน ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ยังเป็น ~37% ของรายได้ ASML (DUV) และเป็นตลาดที่จีนเคยเป็นลูกค้ารายใหญ่ (36% ปี 2024 → ~20% ปี 2026 ตาม guide) กล่าวคือ ASML กำลังเสียตลาด mature-node จีนไปทั้งจาก export control (บังคับ) และจาก localization (สมัครใจของลูกค้า) พร้อมกัน — และสิ่งที่ชดเชยอยู่ตอนนี้คือ AI capex ก้อนเดียว
ASML มี exposure ต่อประเด็นนี้แบบ ทางอ้อมแต่ลึกที่สุดในห่วงโซ่ และนี่คือเหตุผลที่ผมยก risk_level เป็น high (ถ้าไม่มีประเด็นนี้ ผมจะให้ medium ตามคุณภาพงบดุลและ moat)
exposure เฉพาะของ ASML คืออะไร: ASML ไม่ได้ขายให้ hyperscaler โดยตรงและไม่มีส่วนใน SPV ใดๆ แต่รายได้ทั้งก้อนที่กำลังโต +32–38% มาจาก capex ของ TSMC/Samsung/Intel/ผู้ผลิต memory ที่ขยายกำลังผลิตเพื่อรับออร์เดอร์ AI accelerator — และดีมานด์ปลายทางนั้นบางส่วนถูกหนุนด้วยโครงสร้างการเงินแบบวงกลม (MOU $500B ของ Nvidia กับ Blackstone/Apollo/KKR/BlackRock/Brookfield/Goldman ที่ตั้ง SPV ระดมทุนบุคคลที่สามให้ลูกค้ากู้ไปซื้อชิป โดยใช้ "กำลังประมวลผล" เป็นหลักประกัน) หนี้นอกงบดุลของ 5 hyperscaler รวมกัน $2.13T และ capex-to-sales ปี 2026 ที่ ~34% สูงกว่าจุดพีคยุค dot-com แล้ว ขณะที่อุตสาหกรรมลงทุน $8–10 ต่อรายได้จริง $1 — ช่องว่างนี้ต้องปิดด้วยรายได้ AI ที่โตจริง มิฉะนั้นต้องปิดด้วยการตัด capex
ผลกระทบเฉพาะต่องบ ASML ถ้าวงจรนี้สะดุด:
สัญญาณที่ต้องจับตาเป็นรูปธรรม:
รายละเอียดเต็มของประเด็นเชิงระบบนี้อยู่ที่ โครงข่ายการเงิน AI: Nvidia, Blackstone และคำถามเรื่องฟองสบู่
สรุปการชั่งน้ำหนัก: ผมยังให้ verdict เป็น bullish เพราะคุณภาพธุรกิจ งบดุล net cash และ moat ระดับผูกขาดเป็นของจริงที่ยืนยันได้ด้วยตัวเลข และหากดีมานด์ AI เป็นจริงตามที่ Nvidia ยืนยัน ASML คือผู้ได้ประโยชน์ที่ป้องกันตัวเองได้ดีที่สุดในห่วงโซ่ แต่เป็น bullish ที่มีเงื่อนไข — ที่ P/E TTM 53x ราคาปัจจุบันไม่ได้ให้ส่วนลดสำหรับความเป็นไปได้ที่ดีมานด์ส่วนหนึ่งจะถูกขยายด้วยการเงินแบบวงกลม ผู้ที่ถืออยู่ควรตระหนักว่านี่คือการเดิมพันบนความต่อเนื่องของ AI capex cycle ไม่ใช่การถือหุ้นคุณภาพแบบไร้วัฏจักร และความเสี่ยงขาลงจากระดับราคานี้ควรถูกจัดชั้นเป็น high ไม่ใช่ medium
เนื้อหานี้เป็นการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลสาธารณะ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
ข้อที่ถูกตรวจแล้วจะเป็นกล่อง: หัวกล่อง คือข้อสมมุติจากรายงานวันที่ 2026-09-02 (คงไว้ทุกตัวอักษร) · ซ้าย คือความเห็นของรอบทบทวนก่อน · ขวา คือความเห็นรอบล่าสุด · ข้อที่ยังไม่ถูกตรวจแสดงเป็นบรรทัดธรรมดา
แก่นทฤษฎี: ASML ไม่ได้ขายเครื่องจักร แต่ขาย "สิทธิ์ในการผลิตชิป ≤7nm" ซึ่งไม่มีทางเลือกอื่นในโลก ดังนั้นตราบใดที่การลงทุน leading-edge ยังเดินหน้า รายได้ ASML จะโตเร็วกว่าตลาด WFE ทั้งกลุ่มอย่างมีโครงสร้าง — ปี 2026 พิสูจน์แล้ว: WFE โต +9% เป็น $135.2B (SEMI) ขณะที่ ASML ปรับเป้าขึ้น 2 ครั้งเป็น €43–45B (+32–38% YoY) คือโตเร็วกว่าตลาดที่ตัวเองอยู่ราว 4 เท่า ส่วนต่างนี้มาจากสองแรง: (1) lithography intensity ต่อ wafer สูงขึ้น ตาม node ที่ซับซ้อนขึ้น (2) ASP กระโดด จาก NXE (~€150M) ไป EXE:5200B High-NA (~€400M/เครื่อง)
กลไกที่ทำให้กำไรโตเร็วกว่ารายได้: mix เลื่อนไปทาง EUV (38% → 48% ของยอดขายระบบ) + Installed Base Management ที่โต +26% เป็น €8.2B (recurring, margin สูง) + buyback €12B ถึงปี 2028 ที่กดจำนวนหุ้นลง (402.6M → 385.4M ใน 5 ปี) ผลลัพธ์คือ gross margin ไต่จาก 51.3% (2024) → 52.8% (2025) → guide 54–56% (2026) และ Q3 guide 55–57% ซึ่งอยู่นอกกรอบประวัติศาสตร์ทั้งหมดของบริษัท ถ้าเดินตามเส้นนี้ต่อ เป้า 2030 ที่รายได้ €44–60B / GM 56–60% ไม่ใช่เป้าที่ต้องหวังปาฏิหาริย์ — กรอบล่าง €44B แทบเท่ากับ guidance ปี 2026 แล้ว แปลว่าตลาดกำลังตีราคาไปที่กรอบบนของช่วง
เหตุผลว่าทำไม downside ถูกจำกัดมากกว่าที่ multiple บ่งบอก: งบดุล net cash ~€8.5B, FCF 2025 €11.1B (~115% ของกำไรสุทธิ), capex เพียง €1.57B บนรายได้ €32.7B — ถ้ารอบชะลอ บริษัทไม่ต้องลดปันผล/หยุด buyback และไม่มีความเสี่ยง refinancing เลย ต่างจากผู้เล่นอื่นในห่วงโซ่ AI ที่ก่อหนี้หนัก
สัญญาณที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ผิด: (1) Q4 2026 ทำได้ต่ำกว่า €13B พร้อมคำอธิบายว่าลูกค้าขอเลื่อนรับมอบ (2) backlog สิ้นปี 2026 ต่ำกว่า €38.8B ของสิ้นปี 2025 (3) guidance ปี 2027 (ม.ค. 2027) โตเลขหลักเดียว (4) gross margin หลุดกลับต่ำกว่า 52% แปลว่า mix/pricing ไม่ยั่งยืนอย่างที่คิด (5) TSMC เลื่อน High-NA ออกไปไกลกว่า A14/2028 และ Intel/Samsung เลื่อน roadmap ตาม
ไม่มีคู่แข่ง EUV เกิดขึ้นในกรอบ 5 ปี (จีนยังอยู่ระดับ immersion DUV เท่านั้น) และ Zeiss ยังเป็นซัพพลายเออร์ optics แบบ exclusive ให้ ASML
ประกาศร่วม ASML–TSMC (7 ก.ย. 2026) มีลูกค้าใหญ่สามรายคือ TSMC, Samsung และ Intel Foundry เข้าร่วมกำหนด roadmap แผ่นต้นแบบ 12 นิ้วบนเครื่อง High-NA ของ ASML ไปถึงปี 2031–2033 — เท่ากับทั้งอุตสาหกรรมวางแผนการผลิต leading-edge ระยะ 5–7 ปีข้างหน้าบนเครื่องของ ASML เจ้าเดียว ไม่มีทางเลือกอื่นปรากฏในแผน บทวิเคราะห์ที่รายงานข่าวนี้ระบุตรงกันว่า ASML เป็นซัพพลายเออร์ High-NA EUV รายเดียวของโลกและคุม roadmap ทั้งหมด (ข่าวนี้ไม่ได้แตะประเด็น Zeiss โดยตรง)
AI capex ของ foundry/memory (TSMC/Samsung/Intel/SK hynix/Micron) เดินหน้าตามแผนอย่างน้อยถึงปี 2027–2028 โดยไม่มีการ re-phase ครั้งใหญ่
สัปดาห์นี้ไม่มีลูกค้ารายใหญ่รายใดประกาศตัวเลข capex ใหม่หรือใช้คำว่าเลื่อน/ปรับตารางติดตั้งปี 2027 (ข่าว TSMC ปรับ capex ขึ้นเป็น $60–64B เป็นของ 21 ส.ค. ซึ่งอยู่ก่อนรอบก่อนหน้าแล้ว) ยังไม่มีข้อมูลใหม่ให้ตัดสิน จุดพิสูจน์ถัดไปคือคำแถลง capex ประจำไตรมาสของลูกค้าในช่วง ต.ค. 2026
งบ Q3 2026 (ราว ต.ค. 2026) — ทดสอบ guide €11.0–12.0B / GM 55–57% ซึ่งเป็นไตรมาสสูงสุดในประวัติศาสตร์บริษัท
ยังไม่มีตัวเลขจริงออกมา สัปดาห์นี้ได้แค่วันที่ชัดเจนขึ้น: หลายแหล่งยืนยันตรงกันว่าประกาศงบ Q3 2026 วันที่ 14 ต.ค. 2026 ก่อนตลาดเปิด ซึ่งเป็นวันที่ข้อความนี้จะถูกพิสูจน์
ความคืบหน้า High-NA: Intel 14A เข้าสู่ risk production ปี 2027, Samsung SF2/1.4nm — คำสั่งซื้อ EXE:5200B เพิ่มเติม
ข่าวสัปดาห์นี้พูดถึง Samsung ในฝั่ง DRAM (HVM ปี 2028) และ Intel Foundry ในฐานะผู้ร่วมโครงการเปลี่ยน mask เท่านั้น ไม่มีข้อมูลใหม่เรื่องตาราง Intel 14A, node SF2/1.4nm ของ Samsung หรือคำสั่งซื้อ EXE:5200B เพิ่มเติม จึงยังไม่มีอะไรให้ตัดสิน
การตัดสินใจของ TSMC เรื่อง A14 (~2028) ว่าจะใช้ High-NA จริงและสั่งซื้อเมื่อไร
ตัวเร่งข้อนี้ถูกวางไว้บนกรอบเวลา A14 ราวปี 2028 แต่ประกาศ 7 ก.ย. ระบุว่า TSMC ตั้งเป้าใช้ High-NA ในการผลิตจริงปี 2030 และ CEO ASML ย้ำว่าการรับเทคโนโลยีจะค่อยเป็นค่อยไป (ใช้ mask 6 นิ้วก่อน แล้วค่อยเสริม 12 นิ้ว) ไม่มีการประกาศคำสั่งซื้อใดๆ ประกอบ — ความหวังว่าจะมีออร์เดอร์ก้อนใหญ่จาก TSMC เป็นตัวขับราคาในกรอบ 12–24 เดือนจึงอ่อนลง แต่ไม่ถึงขั้นล้มเพราะ TSMC ยืนยันว่าจะใช้เทคโนโลยีนี้แน่นอน เพียงแต่ช้ากว่าที่ตั้งไว้
Buyback €12B (2026–2028) เดินต่อเนื่อง — ส.ค. 2026 ซื้อวันละ ~€78.9M ที่ราคา €1,507–1,618 ซึ่งสูงกว่าระดับราคาปัจจุบัน
รายงานการซื้อหุ้นคืนสัปดาห์ 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2026 ระบุว่าซื้อ 314,178 หุ้น มูลค่า €453.11M ที่ช่วงราคา €1,420–1,450 ยืนยันว่าโปรแกรม €12B ยังเดินต่อเนื่องในอัตราใกล้เคียงเดิม (~€90M/วันทำการ) หมายเหตุ: ส่วนวงเล็บของข้อความเดิมที่ว่าราคาซื้อคืนสูงกว่าราคาตลาด ไม่เป็นจริงแล้วในสัปดาห์นี้ แต่แกนของข้อความ (buyback เดินต่อ) ได้รับการยืนยันจากเอกสารเปิดเผยของบริษัท
TSMC เลื่อน High-NA ไป A14 (~2028) ทำให้รายได้ High-NA ปี 2026–2027 พึ่ง Intel/Samsung ซึ่งมีประวัติเลื่อน roadmap มากกว่า
TSMC ยืนยันเป็นทางการครั้งแรกว่าจะเข้าสู่การผลิตจริงเชิงปริมาณ (HVM) ด้วย High-NA สำหรับ logic ในปี 2030 ซึ่งช้ากว่ากรอบ A14 (~2028) ที่ความเสี่ยงข้อนี้อ้างถึง แปลว่ารายได้ High-NA ปี 2026–2027 ยังต้องพึ่ง Intel และ Samsung จริงตามที่เขียนไว้ — ความเสี่ยงข้อนี้ชัดขึ้น ไม่ใช่คลายลง ด้านที่บรรเทาคือ Samsung ประกาศเป้า HVM สำหรับ DRAM ปี 2028 และ Intel Foundry ร่วมโครงการ ทำให้เป็นคำมั่นที่มีวันที่ ไม่ใช่การเลื่อนแบบไม่มีกำหนด
แก่นทฤษฎี: ตัวเลข "ปรับเป้าขึ้น 2 ครั้ง" บังความจริงเชิงคณิตศาสตร์ที่อันตราย — H1 2026 ทำได้ €18.09B (Q1 €8.77B + Q2 €9.33B) เทียบเป้าทั้งปี €43–45B แปลว่า H2 ต้องทำ €24.9–26.9B และเมื่อหัก Q3 guide (€11.0–12.0B) ออก Q4 ต้องทำราว €13.4–14.4B เทียบ Q4 2025 ที่ €9.7B คือโต +38–48% YoY ในไตรมาสเดียว ตัวเลขระดับนี้พึ่งการรับมอบเครื่องหลายสิบเครื่องภายในไตรมาสเดียว ซึ่งขึ้นกับความพร้อมของ fab ลูกค้าล้วนๆ — ปัจจัยที่ ASML ควบคุมไม่ได้ ความน่าจะเป็นที่จะ "พลาดเป้านิดเดียว" จึงสูงกว่าที่ headline บ่งบอกมาก และที่ P/E TTM 53x ตลาดไม่ได้ให้เบาะรองสำหรับการพลาด
ปัจจัยซ้อนที่ทำให้เรื่องนี้แย่กว่าปกติ: ASML เลิกรายงาน net bookings รายไตรมาสตั้งแต่ Q2 2026 (ครั้งแรกในยุคใหม่ของบริษัท) ตัวเลขสุดท้ายคือ Q4 2025 €13.2B (EUV €7.4B) — นี่คือตัวชี้วัดล่วงหน้าที่ดีที่สุดของธุรกิจนี้ และมันถูกถอดออกพอดีในจังหวะพีคของรอบ ผลคือถ้าดีมานด์เริ่มเปลี่ยนทิศ นักลงทุนจะรู้ ก็ต่อเมื่อมันโผล่ในรายได้/guidance แล้ว ซึ่งช้าไปหลายไตรมาส เหลือ backlog €38.8B (ข้อมูลสิ้นปี 2025 — เก่าไปแล้วครึ่งปี) เป็นตัวแทนเดียวที่พอใช้ได้ ตลาดจึงต้องเชื่อคำพูดเชิงคุณภาพของ CEO แทนตัวเลข
เชื่อมกับความเสี่ยงเชิงระบบ: ดีมานด์ปลายทางที่หนุนทั้งหมดนี้ผูกกับ AI capex ที่มีองค์ประกอบการเงินแบบวงกลม (MOU $500B ของ Nvidia กับ Blackstone/Apollo/KKR ตั้ง SPV ระดมทุนบุคคลที่สามให้ลูกค้ากู้ซื้อชิป โดยใช้กำลังประมวลผลเป็นหลักประกัน, หนี้นอกงบดุล 5 hyperscaler รวม $2.13T, capex-to-sales ~34% สูงกว่าพีค dot-com, อุตสาหกรรมลงทุน $8–10 ต่อรายได้จริง $1) ตำแหน่งของ ASML ที่ต้นน้ำสุดทำให้เป็น จุดที่เห็นรอยร้าวเร็วที่สุด — แต่ก็เป็นจุดที่ตัวเลขเตือนภัยเพิ่งถูกปิดไปพอดี ดู โครงข่ายการเงิน AI: Nvidia, Blackstone และคำถามเรื่องฟองสบู่
สัญญาณที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ผิด (คือ ASML รอด): (1) Q3 ออกมาที่กรอบบน €12B ขึ้นไปพร้อมยืนยันเป้าทั้งปี (2) บริษัทกลับมาเปิดเผย backlog/ตัวชี้วัดคำสั่งซื้อในรูปแบบใหม่เพื่อลดความกังวล (3) TSMC/Samsung/Intel ประกาศ capex ปี 2027 เพิ่มขึ้นพร้อมยืนยันตารางติดตั้ง (4) Q4 ทำได้ในกรอบ €13.4–14.4B จริง
การรับมอบเครื่องกระจุกใน Q4 จริงตามที่เป้าบ่งชี้ ไม่ใช่การตั้งเป้าที่มี buffer ซ่อนอยู่
ไม่มีข้อมูลใหม่เรื่องตารางส่งมอบหรือความพร้อมโรงงานลูกค้าในสัปดาห์นี้ ข้อความนี้จะเริ่มพิสูจน์ได้จากงบ Q3 วันที่ 14 ต.ค. 2026 และตัดสินจริงที่งบ Q4 ราว ม.ค. 2027
buyback €12B ที่เดินอยู่ (ส.ค. 2026 ซื้อที่ €1,507–1,618 ซึ่งสูงกว่าราคาปัจจุบัน) เป็นแรงซื้อประจำที่พยุงราคาระหว่างที่ข่าวลบยังไม่ยืนยัน
เอกสารเปิดเผยล่าสุดยืนยันว่าบริษัทยังซื้อหุ้นคืนทุกวันทำการในสัปดาห์ 31 ส.ค.–4 ก.ย. รวม €453.11M และไม่ได้ชะลอเมื่อราคาขยับขึ้น — แรงซื้อประจำที่ข้อความนี้พูดถึงยังมีอยู่จริงและเป็นเหตุผลที่ข่าวลบอาจสะท้อนในราคาช้ากว่าปกติ
แก่นทฤษฎี: อันตรายที่แท้จริงของ ASML ณ ราคานี้ไม่ใช่ธุรกิจแย่ลง แต่คือ ฐานเปรียบเทียบที่สูงเกินไป ปี 2026 จะปิดที่ +32–38% YoY ซึ่งเป็นอัตราการโตที่บริษัทระดับ €44B ทำซ้ำได้ยากมาก 5 ปีที่ผ่านมา CAGR รายได้อยู่ที่ ~15.1% เท่านั้น และมีปีที่โตแค่ +2.6% (2024) คั่นอยู่ — ปี 2027 จึงมีโอกาสสูงที่จะกลับสู่ค่าเฉลี่ย 8–15% ปัญหาคือ multiple ปัจจุบัน (P/E TTM 53.4x บน EPS TTM $31.41) ถูกตั้งบนสมมุติฐานการโตระดับ 30%+ ต่อเนื่อง
คณิตศาสตร์ของ de-rating: ประมาณจาก guidance เอง (รายได้ €44B, GM 55%, opex ~€6.4B/ปีจาก run-rate Q3 guide) กำไรสุทธิปี 2026 ราว €14–15B → EPS ~€37–39 ≈ $42–44 ที่ FX ~1.14 แปลว่า forward P/E จริงอยู่ที่ ~38–40x ไม่ใช่ 29.7x ตามที่บางแหล่งระบุ ถ้าปี 2027 โต 10% (EPS ~$47) แต่ตลาดปรับ multiple ลงจาก 40x เหลือ 33x ตามการโตที่ช้าลง ราคาจะได้ ~$1,550 — คือกำไรโตแต่หุ้นลง นี่คือกลไก de-rating คูณสองทางที่นักลงทุนมองข้ามบ่อยที่สุดในหุ้นวัฏจักรคุณภาพสูง เทียบกลุ่ม AMAT/LRCX/KLAC ที่มักเทรดต่ำกว่า 30x TTM ส่วนต่างพรีเมียมของ ASML คือสิ่งที่หดได้เร็วเมื่อเรื่องเล่าเปลี่ยน
หลักฐานว่ากลไกนี้เริ่มทำงานแล้ว: วันประกาศงบ Q2 ที่ปรับเป้าขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หุ้นลง — ตลาดไม่จ่ายเพิ่มให้ข่าวดีอีกแล้ว และในเดือน ส.ค. 2026 ข่าวจีนผลิต immersion DUV เองกดหุ้นลง ~12% ทั้งที่ผลกระทบเชิงตัวเลขเพียง ~€1.4B หรือ ~2.4% ของรายได้ปี 2027 (BofA) — การที่ข่าวผลกระทบ 2% ทำให้ราคาลง 12% คือลายเซ็นคลาสสิกของหุ้นที่ multiple เปราะ
สัญญาณที่พิสูจน์ว่าทฤษฎีนี้ผิด: (1) guidance ปี 2027 โตเกิน 15% พร้อมยืนยันเส้นทางไปเป้า 2030 กรอบบน €60B (2) gross margin ยืนเหนือ 56% ต่อเนื่องหลายไตรมาส ทำให้ EPS โตเร็วกว่ารายได้จนกลบ multiple ที่หด (3) High-NA ได้ออร์เดอร์จาก TSMC เร็วกว่าคาด (ก่อนปี 2028) ซึ่งจะรีเซ็ตกรอบการเติบโตใหม่
การทยอยปรับประมาณการของ sell-side หลัง Q3/Q4 — ปัจจุบัน consensus Strong Buy 38 Buy / 1 Sell ยังไม่มีใครปรับลง
UBS ปรับราคาเป้าขึ้นจาก €2,250 เป็น €2,350 คงเรตติ้ง Buy (1 ก.ย. 2026) โดยให้เหตุผลว่าความเสี่ยงจีนถูกสะท้อนในราคาไปมากแล้ว — ยืนยันว่าการปรับประมาณการฝั่งลดยังไม่เริ่มขึ้นตามที่ข้อความนี้ระบุ กลไก de-rating ผ่านการหั่นประมาณการจึงยังไม่ทำงานในรอบนี้
19 แหล่งข่าว/เอกสารที่ใช้ประกอบรายงานนี้ — คลิกหัวข้อเพื่อดูเนื้อหาเต็ม
นี่คือหลักฐานใหม่ที่กระทบทฤษฎีคอขวดผูกขาด (ทฤษฎี #1) และ catalyst 'การตัดสินใจ TSMC เรื่อง A14' โดยตรง ก่อนงาน SPIE BACUS Conference วันที่ 7 ก.ย. 2026 ASML และ TSMC ประกาศโครงการอุตสาหกรรมร่วมกันเพื่อเปลี่ยนผ่านไปใช้ photomask ขนาด 12 นิ้ว (จากปัจจุบัน 6 นิ้ว) สำหรับเครื่อง High-NA EUV — เป้าหมายคือตั้ง pilot line mask 12 นิ้วให้พร้อมปี 2031 และให้ระบบ lithography เต็มรูปแบบพร้อมผลิตจริงระดับ advanced node ปี 2033
ตัวเลขที่สำคัญที่สุดคือ timeline การรับเทคโนโลยีที่แต่ละบริษัทยืนยันเป็นทางการครั้งแรก:
CEO Christophe Fouquet ระบุว่าการรับเทคโนโลยีจะค่อยเป็นค่อยไป "ใช้ mask 6 นิ้วปัจจุบันก่อน แล้วค่อยเสริมด้วย mask 12 นิ้ว" บทวิเคราะห์จาก FourWeekMBA ชี้ว่า "ASML เป็นซัพพลายเออร์ High-NA EUV รายเดียวของโลก บริษัทเดียวคุมทั้ง roadmap" การที่ลูกค้าหลักทั้งสามรายร่วมประกาศพร้อมกันคือการยืนยัน (validate) เส้นทางพัฒนาสินค้าของ ASML และให้ตารางเวลาที่ชัดเจนกว่าเดิมสำหรับคำสั่งซื้อเครื่องในอนาคต
ผลต่อทฤษฎี: ก่อนหน้านี้ (รอบ 2 ก.ย.) ความเสี่ยงที่ระบุคือ "TSMC เลื่อน High-NA ไป A14 (~2028) ทำให้รายได้ High-NA ปี 2026–2027 พึ่ง Intel/Samsung" — ข่าวนี้ยืนยันตรงกันว่า TSMC จะยังไม่ใช้ High-NA ใน HVM จนถึงปี 2030 (ช้ากว่า 2028 ที่เคยพูดถึง) แต่ต่างจากก่อนหน้าตรงที่ตอนนี้เป็นคำมั่นที่ประกาศต่อสาธารณะพร้อมวันที่ชัดเจน ไม่ใช่การเลื่อนแบบไม่มีกำหนด — ด้านหนึ่งคือระยะเวลารอคำสั่งซื้อ High-NA จาก TSMC ยาวกว่าที่นักลงทุนบางส่วนหวัง แต่อีกด้านคือ demand จาก 3 ลูกค้าใหญ่สุดพร้อมกันถูกยืนยันเป็นทางการ ลดความเสี่ยงที่ roadmap จะถูกยกเลิกทั้งหมด
นักวิเคราะห์ UBS (Francois-Xavier Bouvignies) ปรับราคาเป้าขึ้นจาก €2,250 เป็น €2,350 คงเรตติ้ง Buy หลังการประชุมนักลงทุนที่หัวข้อหลักคือประเด็นจีน (การแข่งขัน DUV ในประเทศ + ความเสี่ยง MATCH Act) แต่ UBS มองว่าความเสี่ยงส่วนใหญ่ถูกสะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว และยังคงมุมมองบวกต่อการเติบโตระยะยาวจากการเร่งตัวของ High-NA EUV rollout เป็นการยืนยันฝั่ง bullish เพิ่มเติมหลังราคาหุ้นวิ่งขึ้นแรงในเดือน ส.ค.-ก.ย.
หุ้น ASML บวกราว 4% ในวันที่ 4 ก.ย. 2026 ไม่ใช่จากข่าวเฉพาะตัวบริษัท แต่เป็น sympathy rally หลังบทวิเคราะห์จาก Lynx Equity Strategies (นักวิเคราะห์ K.C. Rajkumar) ให้มุมมองบวกแรงต่อหุ้นความจำ Micron และ SanDisk (คาด upside 33% และ 49% ตามลำดับ) จากดีมานด์ AI ที่หนุนการขยายกำลังผลิตหน่วยความจำ — บทความมองว่า ASML เป็น "pick-and-shovel play" ที่ตลาดยังให้ความสนใจน้อยกว่าที่ควร เมื่อเทียบ SanDisk (+12%) และ Micron (+6%) ในวันเดียวกัน สะท้อนว่าดีมานด์ WFE ฝั่ง memory เป็นอีกแรงหนุนนอกเหนือจาก logic/foundry
ASML เปิดเผยการซื้อหุ้นคืนสัปดาห์ 31 ส.ค.–4 ก.ย. 2026 รวม 314,178 หุ้น มูลค่า €453.11M ภายใต้โปรแกรม buyback €12B (ถึงปี 2028): 1 ก.ย. ซื้อ 75,000 หุ้นที่ €1,441.05, 2 ก.ย. ซื้อ 63,000 หุ้นที่ €1,436.69, 3 ก.ย. ซื้อ 71,857 หุ้นที่ €1,420.11, 4 ก.ย. ซื้อ 38,321 หุ้นที่ €1,449.59 — ราคาที่ซื้อคืนช่วงนี้ (€1,420–1,450) ต่ำกว่าราคาซื้อคืนช่วง ส.ค. (€1,507–1,618) และต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันของ ADR (เทียบเท่าประมาณ €1,548 ที่ FX ~1.14) แปลว่าโปรแกรม buyback ยังเดินหน้าต่อเนื่องแม้ราคาหุ้นวิ่งขึ้น ไม่ได้ชะลอซื้อเมื่อแพงขึ้น
หลายแหล่งยืนยันวันประกาศผลประกอบการ Q3 2026 ของ ASML ตรงกันที่ 14 ตุลาคม 2026 ก่อนตลาดเปิด — เป็นวันที่ทฤษฎี #1 และ #2 จากรอบก่อนจะถูกทดสอบโดยตรง (guide Q3 €11.0–12.0B, GM 55–57%) เดิมกำหนดไว้เพียงคร่าวๆ ว่า "ราว ต.ค. 2026" ตอนนี้มีวันที่ชัดเจนแล้วสำหรับการติดตาม