← หุ้นทั้งหมด

LLY

1,123.91 USDราคาล่าสุด 2026-09-09▲ Bullish

รายงานด้านล่างเขียนตอนราคา 1,159.88 USD (2026-09-01) — ตัวเลขและช่วงราคาทั้งหมดในรายงานอ้างอิงราคานั้น

Eli Lilly and Company · NYSE · Healthcare / Pharmaceuticals

ราคาเข้าโซนซื้อของแผนแล้วใหม่ จากรอบทบทวน 2026-09-09 · ราคา -3.1% จากวันที่ทำรายงาน

ราคา $1,123.91 เข้าโซนไม้แรกของแผน ($1,110-1,130) แล้ว และเงื่อนไขของไม้นี้ (ราคาย่อจากข่าวระยะสั้นโดยเป้ารายได้ทั้งปีและส่วนแบ่งตลาดหลักไม่เปลี่ยน) ถือว่าครบ ข้อควรระวังคือยาเม็ด Foundayo ยังขายตามหลังคู่แข่งมาก (ส่วนแบ่งใบสั่งยาใหม่ 21.5%) คำตอบนี้จะเปลี่ยนถ้างบวันที่ 29 ต.ค. โชว์ยอด Foundayo ต่ำกว่าคาดหรือบริษัทลดเป้าทั้งปี

📋 สรุปภาพรวม — รอบวันที่ 2026-09-01

LLY คือกรณีหายาก: บริษัท $1.04T ที่รายได้ TTM ยังโต ~50% พร้อม operating margin ขยายจาก 29% เป็น ~50% ใน 5 ปี จากการครองสงคราม GLP-1 (ส่วนแบ่งสหรัฐ 60.9% + แซง Novo นอกสหรัฐแล้ว) ทฤษฎีหลักคือ volume ที่โต +37% (นอกสหรัฐ +113%) จะชนะแรงกดดันราคาต่อไปอย่างน้อยถึงปี 2027 โดยมี Foundayo (oral GLP-1 อนุมัติแล้ว) และ retatrutide (BLA Q1 2027) เป็นใบต่ออายุการเติบโตรุ่นถัดไป ทฤษฎีฝั่งตรงข้ามเตือนว่า realized price นอกสหรัฐ -36% + ข้อตกลงราคากับรัฐบาล + การกระจุกตัว ~56% ในโมเลกุลเดียว ทำให้หุ้นที่ P/E ~39x เสี่ยง de-rating แรงถ้า volume ชะลอ กรอบ scenario รวมทุกทฤษฎีอยู่ที่ ~$850 (bear, ~24x) ถึง ~$1,610 (bull, 35x × EPS 2027) เทียบราคาปัจจุบัน $1,159.88 — ความเสี่ยงของ 'หุ้น' สูงกว่าความเสี่ยงของ 'กิจการ' อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งหมดนี้เป็นการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ใหม่ ทบทวนล่าสุด · 2026-09-09ยังมองเหมือนเดิม ยืนยันแล้ว 3 ข้อ! อ่อนลง 1 ข้อ ยังบอกไม่ได้ 2 ข้อราคา -3.1% จากวันที่ทำรายงานนี้

รอบทบทวน = ทุกสัปดาห์เราเอารายงานฉบับเดิมมาตรวจกับข่าวและราคาใหม่ ว่าสิ่งที่เคยเขียนไว้ยังจริงอยู่ไหม — ไม่ใช่รายงานฉบับใหม่ ตัวรายงานด้านล่างยังเป็นของวันที่ 2026-09-01 เหมือนเดิม

  • สัปดาห์นี้เกิดอะไรขึ้น: JPMorgan ปรับประมาณการปี 2027 ขึ้นเป็นรายได้ $105.67B / กำไรต่อหุ้น $50.99 คงเป้า $1,400 แต่เตือนว่าการแข่งขันกับ Novo แรงขึ้น; ตัวเลขใบสั่งยารายสัปดาห์ชี้ว่ายาเม็ด Foundayo โตเป็น ~44,000 ใบ/สัปดาห์ (+8%) แต่ยังตามหลังยาเม็ดของ Novo ที่ ~181,000 ใบ; Lilly เปิดขาย Foundayo ในอังกฤษที่ £100-120/เดือน (ยาฉีดอยู่ที่ ~£330) และมีผลทดลอง 52 สัปดาห์ที่ต่อยอดตัวยาหลักไปโรคสะเก็ดเงิน
  • กระทบแผนเดิมไหม: ภาพใหญ่ยังเหมือนเดิม — ตัวเลขกำไรปี 2027 ที่นักวิเคราะห์คาดสูงกว่าที่รายงานเดิมสมมุติไว้ด้วยซ้ำ สิ่งที่อ่อนลงคือความคาดหวังว่ายาเม็ดจะทำยอดระดับพันล้านดอลลาร์ต่อไตรมาสได้เร็ว ซึ่งยังไม่ถึงขั้นล้มความคิดเดิม ราคาย่อ 3.1% เข้าโซนซื้อไม้แรกพอดี
  • รอบหน้าต้องดูอะไร: ตัวเลขใบสั่งยารายสัปดาห์ของ Foundayo ว่าไล่ส่วนแบ่งขึ้นจาก 21.5% ได้ไหม, ผลตัดสินของ FDA เรื่องยา CagriSema ของ Novo ในไตรมาส 4 และงบไตรมาส 3 วันที่ 29 ต.ค. ซึ่งจะเป็นยอดขาย Foundayo ก้อนแรกที่วัดได้จริง
ตรวจมาแล้ว 1 ครั้ง ตั้งแต่ทำรายงานฉบับนี้
  • 2026-09-09ยังมองเหมือนเดิมราคา $1,123.91 เข้าโซนไม้แรกของแผน ($1,110-1,130) แล้ว และเงื่อนไขของไม้นี้ (ราคาย่อจากข่าวระยะสั้นโดยเป้ารายได้ทั้งปีและส่วนแบ่งตลาดหลักไม่เปลี่ยน) ถือว่าครบ ข้อควรระวังคือยาเม็ด Foundayo ยังขายตามหลังคู่แข่งมาก (ส่วนแบ่งใบสั่งยาใหม่ 21.5%) คำตอบนี้จะเปลี่ยนถ้างบวันที่ 29 ต.ค. โชว์ยอด Foundayo ต่ำกว่าคาดหรือบริษัทลดเป้าทั้งปี
ราคาเป้าหมายจากทฤษฎีทั้ง 3 ข้อ
แย่สุด850–960 USDกรณีฐาน1,020–1,320 USDดีสุด1,215–1,610 USD

🎯 ราคาที่น่าสะสม — แบ่งไม้ 1/2/3

หุ้นเทรดโซนบนของช่วง 52 สัปดาห์ ($712–1,293) ที่ forward ~32x — ไม่ถูก แต่การเติบโตพิสูจน์แล้วด้วย guidance ที่ปรับขึ้น 2 ครั้งในปี กลยุทธ์เชิงศึกษาคือแบ่งไม้ตาม 'ระดับ multiple' แทนการเดาก้นราคา: เข้าตื้นเมื่อย่อสู่ ~30x, เพิ่มน้ำหนักเมื่อ multiple หดเข้าหา ~27–28x โดยที่ volume growth ยังไม่พัง, และเก็บไม้ใหญ่สุดไว้ที่โซน bear ~23–25x เงื่อนไขสำคัญคือทุกไม้ต้องตรวจก่อนว่า volume ยังโต >25–30% และ pipeline (Foundayo/retatrutide) ยังเดินตามแผน

ไม้ 130%
$1,110-1,130
โซนราคาปัจจุบัน/ย่อเล็กน้อย ≈ 30–32x ของ guidance EPS กลาง $36 (หรือ ~28–30x ของ underlying ~$38.5 ไม่รวม IPR&D) — จ่าย premium สำหรับการเติบโต ~50% ที่ยังยืนยันด้วยการปรับเป้าขึ้น 2 ครั้ง
เงื่อนไข: ราคาย่อจากข่าว noise ระยะสั้น (เช่นดีล M&A/IPR&D แบบกรณี Merida -2%) โดยที่ guidance และส่วนแบ่งตลาดไม่เปลี่ยน
ไม้ 235%
$980-1,010
≈ 26–29x × EPS $36 — multiple หดลงจากความกังวลเรื่อง realized price (ตรง base case ของทฤษฎี Pricing Squeeze ที่ $1,020) แต่ยังสูงกว่ากลุ่ม big pharma มากตามสิทธิ์ของการเติบโต; ต่ำกว่า consensus PT เฉลี่ย $1,270–1,315 ราว 20–25%
เงื่อนไข: หุ้นย่อจาก multiple compression (ตลาดหมุนออกจาก growth / กังวลราคายา) แต่งบไตรมาสล่าสุดยังโชว์ volume โต >30% และรายได้เข้าเป้า $85–87B
ไม้ 335%
$840-870
≈ 23–25x × EPS $36 — โซน bear case ของทั้งทฤษฎี Growth ($900) และ Pricing Squeeze ($850) ตรงเป้านักวิเคราะห์ฝั่งต่ำสุด $850; ยังเหนือ 52wk low $712 (~20x) ซึ่งเป็นระดับที่ต้องมี thesis พังจริงจึงจะไปถึง
เงื่อนไข: ราคาลงแรงจากความกลัว (guidance ผิดหวังเล็กน้อย, ข่าวนโยบายราคายา) แต่ตรวจแล้ว volume ยังโต >20–25%, retatrutide ยังอยู่ในกระบวนการ FDA ตามแผน และส่วนแบ่งตลาดสหรัฐยัง >55%

แผนนี้ใช้ไม่ได้ (หยุดสะสมทุกไม้ ไม่ว่าราคาถูกแค่ไหน) เมื่อ thesis พัง ไม่ใช่แค่ราคาลง: (1) volume growth รวมหลุดต่ำกว่า ~20% หรือ price decline เริ่มแซง volume จนรายได้พลาด guidance (2) retatrutide โดน FDA ตีกลับ/พบประเด็น safety ใหม่ หรือ Foundayo ramp ล้มเหลวชัดเจน (3) tirzepatide เจอปัญหา safety/supply ระดับ franchise (โมเลกุลเดียว ~56% ของรายได้) (4) นโยบายราคายา (IRA/MFN) เปลี่ยนสมการกำไรระยะยาวแรงกว่าที่ guidance รองรับ — ถ้าเกิดข้อใดข้อหนึ่ง ต้องตั้งทฤษฎีใหม่จากศูนย์ก่อนคิดต่อ ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

ราคาตอนทำรายงาน (31 ส.ค. 2026)$1,159.88-1.25% วันล่าสุด · 52wk $712.05–1,292.65
Market cap~$1.04Tbiopharma รายแรกที่แตะ $1T
P/E (TTM)~39xEPS TTM ~$29.79
P/E (forward)~32xอิง guidance EPS $35.50–36.50
รายได้ TTM$79.7B+49.6% YoY
ConsensusBuy · PT เฉลี่ย ~$1,270–1,315upside ~10–13%

🏭 ทำธุรกิจอะไร

HQ: Indianapolis, Indiana สหรัฐฯ · พนักงาน ~50,000 คน (2025) · CEO: David A. Ricks (Chair & CEO ตั้งแต่ปี 2017)

Eli Lilly เป็นบริษัทยานวัตกรรม (innovative pharma) ที่ค้นคว้า พัฒนา ผลิต และจำหน่ายยาต้นแบบทั่วโลก โฟกัส 5 กลุ่มโรคหลัก: cardiometabolic (เบาหวาน/โรคอ้วน), oncology (Verzenio, Jaypirca), immunology (Taltz, Ebglyss, Omvoh), neuroscience (Kisunla สำหรับ Alzheimer's) และ pain บริษัทอยู่ปลายน้ำสุดของ value chain ยา คือเป็นเจ้าของสิทธิบัตร โมเลกุล และแบรนด์เอง ทำให้ gross margin สูงถึง ~83–86%

หัวใจของบริษัทวันนี้คือ tirzepatide (dual GIP/GLP-1 agonist) ขายในชื่อ Mounjaro (เบาหวาน) และ Zepbound (โรคอ้วน) ซึ่งเป็นยาขายดีที่สุดในโลกปี 2025 (รวม >$36.5B) และในปี 2026 ได้เสริมด้วย Foundayo (orforglipron) ยาเม็ด GLP-1 ตัวแรกที่กินได้โดยไม่มีข้อจำกัดอาหาร/น้ำ กับ retatrutide (triple agonist) ที่ผ่าน Phase 3 แล้วและเตรียมยื่น FDA ใน Q1 2027

Moat: (1) สิทธิบัตร tirzepatide/orforglipron ยาวถึงกลางทศวรรษ 2030s และประสิทธิภาพเชิงคลินิกเหนือคู่แข่งชัดเจน (2) กำลังการผลิต incretin ที่ลงทุนไปหลายหมื่นล้านดอลลาร์ (รวมส่วนขยาย Indiana $4.5B ล่าสุด) เป็นกำแพงที่คู่แข่งใหม่ตามยาก (3) ช่องทาง LillyDirect ขายตรงถึงผู้บริโภค (4) pipeline ต่อเนื่องหลายรุ่น + งบ R&D >$13B/ปี และ M&A เติมพอร์ต (เช่น Merida $2.88B)

Mounjaro (tirzepatide – เบาหวาน)

$23.0B (FY2025)~35% ของรายได้+99% YoY

ยาเบาหวาน GIP/GLP-1; Q2 2026 โตต่อ +91% เป็น $9.9B โดยยอดต่างประเทศ ($5.2B) แซงสหรัฐแล้ว และเพิ่งได้ข้อบ่งใช้ลดความเสี่ยงหัวใจ

Zepbound (tirzepatide – โรคอ้วน)

$13.5B (FY2025)~21% ของรายได้+175% YoY

ยาฉีดลดน้ำหนัก โต 44% ใน Q2 2026 เป็น $4.9B; ราคาสุทธิลดลงจาก access ที่กว้างขึ้น (Medicare Bridge $50/เดือน)

Verzenio (มะเร็งเต้านม)

$5.7B (FY2025)~9% ของรายได้+8% YoY

ยา oncology เรือธง โตช้าลงหลังเข้าสู่ช่วงอิ่มตัว

อื่นๆ (Trulicity, Taltz, Jardiance, Ebglyss, Kisunla, Jaypirca ฯลฯ)

~$23B (FY2025)~35% ของรายได้n/a YoY

Trulicity ถดถอยจากการย้ายผู้ป่วยไป Mounjaro; ยาใหม่ Ebglyss/Kisunla/Jaypirca/Omvoh อยู่ช่วง launch ramp

Lilly รายงานเป็น segment เดียว แต่แยกภูมิศาสตร์ได้ชัด: Q2 2026 รายได้สหรัฐ $14.4B (+33%, volume +37%) ขณะที่นอกสหรัฐ $8.6B (+80%, volume +113% แต่ realized price -36% จากการตั้งราคาเข้าถึงตลาดใหม่) — ตลาดปลายทางที่โตแรงสุดคือ obesity/diabetes (หน่วย Cardiometabolic Health ~$40B ในปี 2025) ตามด้วย oncology และ immunology ส่วน neuroscience (Kisunla) ยังเล็กแต่เป็น optionality ระยะยาว

💰 งบการเงินย้อนหลัง 5 ปี

รายได้โตจาก $28.3B เป็น $65.2B ใน 5 ปี (CAGR ~23%) แต่กำไรโตเร็วกว่ามาก — operating margin ขยายจาก 29% เป็น 46% (และ ~50% ใน TTM มิ.ย. 2026) เพราะ tirzepatide มี margin สูงและ opex โตช้ากว่ารายได้มาก EPS เกือบ 4 เท่าใน 2 ปีหลัง (5.80 → 22.95) จุดสะดุดเดียวคือปี 2023 ที่ net margin ตกจากค่าใช้จ่าย acquired IPR&D ก้อนใหญ่ ซึ่งเป็น pattern ที่ยังเกิดซ้ำ (Q2 2026 มี IPR&D $3.03/หุ้น)

0.0025.050.075.0$B28.328.534.145.065.229.2%30.3%30.3%37.8%45.6%20212022202320242025
รายได้ ($B) Operating margin
งบกำไรขาดทุน · ตัวเลขตามที่บริษัทรายงาน
รายการ20212022202320242025
รายได้ ($M)28,31828,54134,12445,04365,179
%โต YoY+15.4%+0.8%+19.6%+32.0%+44.7%
กำไรขั้นต้น ($M)21,34521,91227,04236,62554,127
Gross margin75.4%76.8%79.2%81.3%83.0%
กำไรดำเนินงาน ($M)8,2738,65310,32517,04029,696
Operating margin29.2%30.3%30.3%37.8%45.6%
กำไรสุทธิ ($M)5,5826,2455,24010,59020,640
Net margin19.7%21.9%15.4%23.5%31.7%
EPS diluted ($)6.126.905.8011.7122.95

🏦 งบดุลและกระแสเงินสด

หนี้รวมเพิ่มเกือบ 3 เท่าใน 5 ปี (เป็น $43.9B สิ้นปี 2025) จากการทุ่ม capex สร้างโรงงาน incretin และ M&A แต่ยังบริหารได้สบาย — หนี้สุทธิ $36.4B คิดเป็นเพียง ~1.2x ของ operating income ปี 2025 ($29.7B) และกำไรที่พุ่งทำให้ equity โตจาก $9.2B เป็น $26.5B / BVPS ขึ้นจาก ~$10 เป็น ~$30 ภายใน 5 ปี

งบดุล ณ สิ้นปี
รายการ20212022202320242025
หนี้รวม ($M)16,92716,37326,46534,79143,865
หนี้สุทธิ ($M)11,73313,24722,71231,03736,374
เงินสดและเทียบเท่า ($M)3,8192,0672,8193,2687,268
ส่วนของผู้ถือหุ้น ($M)9,15510,77510,86414,27226,535
BVPS ($)9.9411.8311.9815.9029.65

กระแสเงินสดปีล่าสุด

Operating cash flow (FY2025)$16.8B (TTM มิ.ย. 26: $28.1B)
Capex (FY2025)$7.8B (TTM: $9.9B) — ลงทุนโรงงานหนักมาก
Free cash flow (FY2025)$9.0B (~43% ของกำไรสุทธิ; TTM: $18.2B)
ซื้อหุ้นคืน (FY2025)$4.1B (TTM: $6.2B)
เงินปันผลจ่าย (FY2025)$5.4B

📈 สถานะปัจจุบันและเป้าหมาย

Q2 2026 (5 ส.ค.): รายได้ $23.0B +48% YoY — Mounjaro $9.9B (+91%), Zepbound $4.9B (+44%); EPS GAAP $7.94 (+26%), non-GAAP $8.38 (+33% แม้รับภาระ IPR&D จากดีล M&A 4 รายการ) Gross margin 85.8% (+1.5 pt) ตัวขับเคลื่อนคือ volume (+37% รวม, +113% นอกสหรัฐ) หักล้างด้วย realized price ที่ลดลง (นอกสหรัฐ -36%) — บริษัทปรับเป้าทั้งปีขึ้นเป็นครั้งที่สองของปี

รายการFY2025 จริงเป้าเริ่มต้น (ก.พ. 26)เป้าหลัง Q1 (เม.ย. 26)เป้าล่าสุด (ส.ค. 26)
รายได้$65.2B$80–83B$82–85B$85–87B
EPS non-GAAP$24.21$33.50–35.00$35.50–37.00$35.50–36.50*

ณ 31 ส.ค. 2026 ราคา $1,159.88 · market cap ~$1.04T · P/E TTM ~39x / forward ~32x — แพงกว่า big pharma ทั่วไป (ส่วนใหญ่ ~10–20x) มาก แต่แลกกับรายได้ TTM +50% และ EPS ที่เกือบเท่าตัว YoY; นักวิเคราะห์ ~30–38 ราย consensus Buy (MarketBeat: 24 Buy/5 Hold/2 Sell) เป้าเฉลี่ย ~$1,270–1,315 (upside ~10–13%) ช่วง $850–1,600 *หมายเหตุ: เป้า EPS ล่าสุดรวมภาระ IPR&D $3.03/หุ้นจาก Q2 — underlying ถูกปรับขึ้น

⚖️ ปัจจัยขับเคลื่อนและความเสี่ยง

ตัวหนุน

  • Tirzepatide ยังเร่งตัว — Mounjaro+Zepbound ~$14.9B ใน Q2 เดียว; ตลาดต่างประเทศเพิ่งเริ่ม (volume +113%) และ Mounjaro ได้ข้อบ่งใช้ลดความเสี่ยงหัวใจเพิ่ม

  • Foundayo (oral GLP-1) first mover — อนุมัติ เม.ย. 2026 ก่อนคู่แข่ง ผลิตสเกลง่ายกว่ายาฉีด ราคาเข้าถึงได้ ($25–349/เดือน) เปิด TAM มหาศาล

  • Medicare GLP-1 Bridge — ผู้ป่วย Medicare เข้าถึง Zepbound/Foundayo ที่ $50/เดือน (ก.ค. 2026–ธ.ค. 2027) ปลดล็อกตลาดผู้สูงอายุ

  • Retatrutide — ลดน้ำหนักถึง 30.3% ใน Phase 3, BLA ใน Q1 2027 — ต่ออายุความเป็นผู้นำ obesity ไปอีกรุ่น

  • Operating leverage — operating margin ขยายจาก 29% → ~50% (TTM) และ FCF TTM $18.2B กำลังเร่งขึ้นแรง

  • กระจายพอร์ตด้วย M&A — Merida ($2.88B, autoimmune) + ดีลอีก 4 รายใน Q2 ลดการพึ่งพิง obesity ระยะยาว

ความเสี่ยง

  • แรงกดดันด้านราคา — realized price นอกสหรัฐ -36% ใน Q2; ข้อตกลงลดราคากับรัฐบาลสหรัฐ (พ.ย. 2025) + MFN pricing กดราคาต่อหน่วยระยะยาว

  • การกระจุกตัวใน tirzepatide — Mounjaro+Zepbound ~56%+ ของรายได้; ปัญหาใดๆ กับโมเลกุลเดียวนี้กระทบหนัก

  • การแข่งขัน — Novo Nordisk (oral Wegovy, CagriSema), ยาใหม่จาก big pharma อื่นๆ และ compounding/generic semaglutide ในบางตลาด

  • Valuation premium — P/E ~39x สูงกว่ากลุ่มมาก; หากการเติบโตชะลอหรือ pipeline พลาด (เช่น retatrutide ติดปัญหา FDA) de-rating ได้แรง

  • ค่าใช้จ่าย IPR&D ผันผวน — ดีล M&A ถี่ทำให้กำไรรายไตรมาสสวิง (Q2 2026 โดน $3.03/หุ้น) และหนี้รวมเพิ่มเป็น $43.9B

  • นโยบาย/ภูมิรัฐศาสตร์ — ความไม่แน่นอนภาษีนำเข้ายา (tariffs), IRA/การต่อรองราคายาของ Medicare รอบถัดไป

📊 บทวิเคราะห์เต็ม

มุมมอง
▲ Bullish
พื้นฐาน
9/10
Momentum
8/10
ความเสี่ยง
medium

บทวิเคราะห์ Eli Lilly (LLY) — ณ 1 ก.ย. 2026

อิงข้อมูลจาก research.json (ราคาอ้างอิง $1,159.88 ปิด 31 ส.ค. 2026, market cap ~$1.04T) — เนื้อหาเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

1) ธุรกิจและการเติบโต

Eli Lilly เป็นบริษัทยานวัตกรรมที่อยู่ปลายน้ำสุดของ value chain (เจ้าของสิทธิบัตร โมเลกุล และแบรนด์เอง) โฟกัส 5 กลุ่มโรค: cardiometabolic, oncology, immunology, neuroscience และ pain โดยหัวใจของธุรกิจวันนี้คือ tirzepatide (Mounjaro + Zepbound) ซึ่งเป็นยาขายดีที่สุดในโลกปี 2025 ด้วยยอดรวม >$36.5B (~56% ของรายได้)

ข้อเท็จจริงด้านการเติบโต (จากข้อมูล):

  • FY2025: รายได้ $65.2B (+45%), EPS non-GAAP $24.21 (+87%)
  • Q1/2026: รายได้ $19.8B (+56%); Q2/2026: $23.0B (+48%) — Mounjaro $9.9B (+91%), Zepbound $4.9B (+44%)
  • ปรับ guidance ปี 2026 ขึ้น 2 ครั้ง: จาก $80–83B → $82–85B → $85–87B
  • ตลาดต่างประเทศเป็นเครื่องยนต์ใหม่: Mounjaro ต่างประเทศ $5.2B แซงสหรัฐแล้ว, volume นอกสหรัฐ +113%

การตีความของผม: การที่บริษัทขนาด $1T ยังโตรายได้ ~50% พร้อมปรับเป้าขึ้นซ้ำๆ เป็นสัญญาณว่าดีมานด์ยังนำหน้าคาดการณ์ของบริษัทเอง และการเติบโตไม่ได้มาจากราคา (realized price ลดลงด้วยซ้ำ) แต่มาจาก volume ล้วนๆ (+37% รวม) ซึ่งเป็นการเติบโตคุณภาพสูงกว่าและยั่งยืนกว่าการขึ้นราคา

Pipeline ต่อยอดหลายรุ่น (จุดที่ทำให้การเติบโตไม่จบที่ tirzepatide):

  • Foundayo (orforglipron) — ยาเม็ด GLP-1 อนุมัติ เม.ย. 2026 เป็น first mover ฝั่ง oral obesity, ผลิตสเกลง่าย/ถูกกว่ายาฉีด, ราคาเข้าถึงได้ ($25–349/เดือน)
  • Retatrutide (triple agonist) — ผ่าน Phase 3 ทั้ง TRIUMPH-1/2/3 ลดน้ำหนักสูงสุด 30.3% (แรงกว่ายาอ้วนทุกตัวในตลาดตามข้อมูล) เตรียมยื่น BLA Q1 2027
  • กระจายพอร์ตด้วย M&A: Merida ($2.88B, autoimmune) + ดีลอีก 4 รายใน Q2, ต่อยอด Kisunla (Alzheimer's)

2) งบการเงิน

P&L 5 ปี (2021–2025): รายได้โตจาก $28.3B → $65.2B (CAGR ~23%) แต่กำไรโตเร็วกว่ามาก:

  • Gross margin: 75.4% → 83.0% (TTM 83.4%; Q2/2026 แตะ 85.8%)
  • Operating margin: 29.2% → 45.6% (TTM ~49.7%)
  • EPS diluted: $6.12 → $22.95 (TTM $29.79) — เกือบ 4 เท่าใน 2 ปีหลัง

นี่คือ operating leverage ในรูปแบบที่ชัดที่สุด: ฐานค่าใช้จ่ายโตช้ากว่ารายได้มาก ขณะที่ R&D ยังคงระดับสูง ($13.3B ปี 2025, ~20% ของรายได้) — หมายความว่ามาร์จิ้นขยายโดยไม่ได้แลกกับการลดการลงทุนอนาคต

งบดุล: หนี้รวมเพิ่มเกือบ 3 เท่าเป็น $43.9B (สิ้นปี 2025) จาก capex โรงงาน incretin และ M&A แต่หนี้สุทธิ $36.4B คิดเป็นเพียง ~1.2x ของ operating income ปี 2025 — ยังบริหารได้สบาย และ equity โตจาก $9.2B เป็น $26.5B จากกำไรที่พุ่ง (ROE ~107%, ROIC ~42%)

กระแสเงินสด: OCF FY2025 $16.8B (TTM $28.1B — เร่งขึ้นแรง), capex หนักมาก $7.8B (TTM $9.9B) จากการสร้างโรงงาน, FCF FY2025 $9.0B แต่ TTM ขึ้นเป็น $18.2B — จุดนี้สำคัญ: FCF conversion กำลังดีขึ้นเร็ว แม้ยังลงทุนหนัก บริษัทคืนเงินผู้ถือหุ้นผ่านปันผล $5.4B + ซื้อหุ้นคืน $4.1B (FY2025)

จุดสังเกตเชิงลบ: ค่าใช้จ่าย acquired IPR&D จาก M&A ทำกำไรรายไตรมาสสวิงเป็น pattern ซ้ำ (ปี 2023 net margin ตกเหลือ 15.4%; Q2/2026 โดน $3.03/หุ้น) — ไม่ใช่ปัญหาคุณภาพธุรกิจ แต่ทำให้ headline EPS อ่านยากและอาจสร้าง noise ต่อราคาหุ้นระยะสั้น (ดีล Merida ทำหุ้นลง ~2% ทันที)

3) การแข่งขันและ Moat

ข้อเท็จจริง: Q2/2026 Lilly ครองส่วนแบ่งตลาด obesity+diabetes สหรัฐ 60.9% vs Novo Nordisk 38.8% และช่องว่างถ่างขึ้น; พ.ค. 2026 แซง Novo นอกสหรัฐเป็นครั้งแรก; โมเมนตัมสวนทางกัน — Lilly โตแรงต่อ ขณะ Novo เผชิญแนวโน้มรายได้ลดปี 2026; ตลาดยาโรคอ้วนรวมถูกคาดว่าโต >$100B ภายในทศวรรษนี้

การตีความ: Lilly เป็นผู้นำทั้ง 3 มิติของสงคราม GLP-1 — (1) ยาฉีดรุ่นปัจจุบัน (tirzepatide ประสิทธิภาพเหนือกว่า + เพิ่งได้ข้อบ่งใช้ลดความเสี่ยงหัวใจ), (2) ยาเม็ด (Foundayo อนุมัติก่อน oral Wegovy), (3) รุ่นถัดไป (retatrutide นำ CagriSema เชิงผลลัพธ์ตามข้อมูลที่มี) Moat เสริมด้วยกำลังการผลิตหลายหมื่นล้านดอลลาร์ (+$4.5B Indiana, FDA เลือกเข้า pilot program) และช่องทาง LillyDirect — กำแพงที่คู่แข่งใหม่ตามยากมาก

อย่างไรก็ดี คู่แข่งไม่ได้หายไป: Novo ยังมี oral Wegovy และ CagriSema, big pharma รายอื่นกำลังเข้าตลาด และ compounding/generic semaglutide กดราคาในบางตลาด — ตลาดที่ใหญ่ขนาดนี้จะดึงดูดผู้เล่นเพิ่มแน่นอน

4) Valuation และ Sentiment

  • P/E TTM ~39x, forward ~32x — premium มากเทียบ big pharma (~10–20x) แต่ถ้าเทียบกับการเติบโต EPS ระดับ ~90%+ ต่อปีในช่วงหลัง forward PEG ต่ำมาก (การตีความ: ตลาดจ่ายแพงสำหรับการเติบโตที่พิสูจน์แล้ว ไม่ใช่แค่ความหวัง)
  • Consensus "Buy": 24 Buy / 5 Hold / 2 Sell (MarketBeat), เป้าเฉลี่ย ~$1,270–1,315 (upside ~10–13%), ช่วงกว้าง $850–1,600 สะท้อนความไม่แน่นอนเรื่องราคายาและ durability ของการเติบโต
  • ราคาอยู่ในโซนบนของช่วง 52 สัปดาห์ ($712–1,293) — โมเมนตัมราคาปี 2026 เป็นบวกชัด (เช่นพุ่ง 7% วันเดียวรับข่าว Medicare) แม้ล่าสุดย่อ -1.25% รับข่าวดีล Merida

5) ความเสี่ยง

  1. แรงกดดันราคา (ความเสี่ยงอันดับหนึ่งในมุมมองผม) — realized price นอกสหรัฐ -36% ใน Q2, ข้อตกลงลดราคากับรัฐบาลสหรัฐ (พ.ย. 2025) + MFN pricing + Medicare Bridge $50/เดือน ล้วนกดราคาต่อหน่วย ปัจจุบัน volume ชนะราคาอยู่ แต่ถ้า volume ชะลอขณะราคายังลง สมการการเติบโตจะพลิกเร็ว
  2. กระจุกตัวใน tirzepatide — โมเลกุลเดียว ~56%+ ของรายได้ ปัญหา safety, supply หรือการแข่งขันที่กระทบตัวนี้จะกระทบทั้งบริษัท (10-K เองก็ระบุเป็น risk factor)
  3. Valuation premium — ที่ ~39x หากผลประกอบการพลาดคาดหรือ retatrutide สะดุดที่ FDA มีโอกาส de-rating แรงกว่าหุ้นยาทั่วไปมาก
  4. การแข่งขัน — Novo (oral Wegovy, CagriSema), ผู้เล่นใหม่, compounding
  5. IPR&D สวิงกำไร + หนี้เพิ่ม — ดีล M&A ถี่, หนี้รวม $43.9B (แม้ ~1.2x op. income ยังไม่น่ากังวล)
  6. นโยบาย/ภูมิรัฐศาสตร์ — tariffs ยานำเข้า, การต่อรองราคายา Medicare รอบถัดไปภายใต้ IRA

6) ข้อจำกัดของการวิเคราะห์

  • วิเคราะห์จากข้อมูลใน research.json เท่านั้น ไม่ได้ตรวจงบเต็มหรือ 10-K โดยตรง (research team ระบุว่า SEC.gov บล็อกการ fetch ต้องอ้างผ่านแหล่งรอง)
  • ไม่มีรายละเอียด R&D/SG&A ของ Q2 2026 และไม่มี EBITDA ตรง (leverage เทียบกับ operating income แทน)
  • ตัวเลขบางจุดคลาดเคลื่อนระหว่างแหล่ง (จำนวนหุ้น ~892M vs ~941M, %โต Zepbound +44% vs +46%, จำนวนพนักงาน) — ใช้ค่าตามที่ research team เลือก
  • ราคา $1,159.88 เป็นราคาปิด 31 ส.ค. 2026 ตลาดยังไม่เปิด ณ เวลารัน
  • ไม่มีข้อมูลเชิงลึกด้าน sentiment รายวัน/technical จึงประเมิน momentum จากทิศทางข่าว ผลประกอบการ และตำแหน่งราคาในช่วง 52 สัปดาห์เป็นหลัก

สรุป

Verdict: Bullish — พื้นฐานแข็งแรงเป็นพิเศษ (fundamentals 9/10): เติบโต ~50% ที่ขนาด $1T, มาร์จิ้นขยายต่อเนื่อง, ผู้นำตลาดที่ TAM ยังโต, pipeline ต่อยอดหลายรุ่น, งบดุลจัดการได้ โมเมนตัมเป็นบวก (8/10) จากการปรับเป้าขึ้นซ้ำและข่าวหนุนต่อเนื่อง (Foundayo, retatrutide, Medicare) แต่ไม่เต็ม 10 เพราะราคาย่อรับดีล Merida และแรงกดดัน realized price เป็น narrative เชิงลบที่ตลาดจับตา ความเสี่ยงรวมอยู่ระดับ medium — ธุรกิจเองเสี่ยงต่ำ แต่การกระจุกตัวในโมเลกุลเดียว + valuation premium + ความเสี่ยงนโยบายราคายา ยกระดับความเสี่ยงของ "หุ้น" ให้สูงกว่าความเสี่ยงของ "กิจการ" อย่างมีนัยสำคัญ

🔮 ทฤษฎีและข้อสมมุติ

ข้อที่ถูกตรวจแล้วจะเป็นกล่อง: หัวกล่อง คือข้อสมมุติจากรายงานวันที่ 2026-09-01 (คงไว้ทุกตัวอักษร) · ซ้าย คือความเห็นของรอบทบทวนก่อน · ขวา คือความเห็นรอบล่าสุด · ข้อที่ยังไม่ถูกตรวจแสดงเป็นบรรทัดธรรมดา

ทุกรอบทบทวนจะตรวจข้อสมมุติทีละข้อว่า ยืนยันแล้ว! อ่อนลง พังแล้ว ยังบอกไม่ได้

GLP-1 Dominance: volume ชนะราคา และยังไม่จบรอบ

ความมั่นใจ 72%กรอบเวลา 6-15 เดือน

ทฤษฎีการเติบโต: Lilly คือผู้ชนะของสงคราม GLP-1 ทั้ง 3 มิติ — ยาฉีด (tirzepatide, ส่วนแบ่งสหรัฐ 60.9%), ยาเม็ด (Foundayo อนุมัติก่อน oral Wegovy), และรุ่นถัดไป (retatrutide ลดน้ำหนัก 30.3% ยื่น BLA Q1 2027) เครื่องยนต์ที่ตลาดยังประเมินต่ำคือ ต่างประเทศ (Mounjaro นอกสหรัฐ $5.2B แซงสหรัฐแล้ว, volume +113%) และ Medicare Bridge ที่ปลดล็อกผู้สูงอายุตั้งแต่ ก.ค. 2026 ตราบใดที่ volume โต >30% การลดของ realized price ยังถูกกลบมิด และ operating leverage (margin 29%→50% ใน 5 ปี) จะดัน EPS ปี 2027 ขึ้นต่ออีกขั้น

สัญญาณว่าทฤษฎีผิด: (1) volume growth รวมหลุดต่ำกว่า ~25% ติดกัน 2 ไตรมาส (2) บริษัทหยุดปรับ guidance ขึ้นหรือปรับลง (3) Novo แย่งส่วนแบ่งสหรัฐกลับเกิน 42–43% (4) Foundayo ramp ช้ากว่าที่ราคา $25–349/เดือน ควรทำได้

BEAR900 USD-22% · โอกาส 20%
BASE1,320 USD+14% · โอกาส 50%
BULL1,580 USD+36% · โอกาส 30%
bull
1,580 USD
โอกาส 30%
EPS ปี 2027 ~$48 (รายได้ ~$105B +22%, margin คงที่, จาก underlying 2026 ~$38.5+ ไม่รวม IPR&D) × 33x (คง premium ใกล้ปัจจุบันเพราะยังโต >20% + retatrutide เข้า FDA) ≈ $1,580 — สอดคล้องเป้านักวิเคราะห์ฝั่งสูง $1,600
base
1,320 USD
โอกาส 50%
EPS ปี 2027 ~$44 (โต ~20% จาก guidance กลาง $36 ที่รวม IPR&D) × 30x (premium หดลงเล็กน้อยตามการเติบโตที่ชะลอจากฐานสูง) ≈ $1,320 — ใกล้ consensus PT เฉลี่ย $1,315
bear
900 USD
โอกาส 20%
การเติบโตปี 2027 เหลือ ~10–12% จากราคาที่ลงแรงกว่าคาด → ตลาดให้แค่ 25x × EPS 2026 ~$36 ≈ $900 — ใกล้เป้านักวิเคราะห์ฝั่งต่ำ $850

สมมุติฐาน

ปัจจัยกระตุ้น

ความเสี่ยง

Pricing Squeeze + Concentration: เมื่อโมเลกุลเดียวแบก 56% ของรายได้

ความมั่นใจ 65%กรอบเวลา 6-18 เดือน

ทฤษฎีความเสี่ยง (มุมตรงข้าม): การเติบโตของ Lilly ตอนนี้คือ 'volume วิ่งหนีราคา' — realized price นอกสหรัฐ -36% ใน Q2 2026, ข้อตกลงลดราคากับรัฐบาลสหรัฐ (พ.ย. 2025) + MFN pricing + Medicare Bridge $50/เดือน + Foundayo ที่ตั้งราคาต่ำ ($25–349/เดือน) ล้วนกด blended price ลงเชิงโครงสร้าง ขณะที่ tirzepatide ตัวเดียวคิดเป็น ~56%+ ของรายได้ (10-K ระบุเป็น risk factor เอง) เมื่อฐาน volume ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อัตราโตของ volume ย่อมชะลอตามคณิตศาสตร์ — จุดที่ price decline แซง volume growth คือจุดที่รายได้ 'เข้าเป้าแต่ตลาดผิดหวัง' และหุ้นที่ P/E ~39x จะ de-rate แรงกว่าหุ้นยาทั่วไปมาก (แค่หดเข้าหา 25x คือ -30% ทั้งที่กำไรไม่ลด)

สัญญาณว่าทฤษฎีผิด (= ฝั่ง bull ถูก): blended price เริ่มทรงตัว (ตลาดใหม่ผ่านช่วง launch pricing), volume ยังโต >30% ต่อเนื่องถึงปี 2027, และสัดส่วนรายได้นอก incretin (Verzenio, Ebglyss, Kisunla, ดีล M&A) ขยับขึ้นชัด

BEAR850 USD-27% · โอกาส 25%
BASE1,020 USD-12% · โอกาส 40%
BULL1,215 USD+5% · โอกาส 35%
bull
1,215 USD
โอกาส 35%
ความเสี่ยงราคาไม่ปะทุใน horizon นี้: ตลาดคง forward ~32x × underlying EPS 2026 ~$38 (ไม่รวม IPR&D $3.03) ≈ $1,215 — หุ้นแกว่งแถวโซนบนของช่วง 52 สัปดาห์
base
1,020 USD
โอกาส 40%
ตลาดเริ่ม price-in ความเสี่ยงราคา: multiple หดเป็น ~28x × EPS guidance กลาง $36.5 ≈ $1,020 — ย่อ ~12% จากราคาปัจจุบันโดยกำไรไม่ต้องพลาดเป้า
bear
850 USD
โอกาส 25%
Price decline เริ่มแซง volume ในบางตลาด + guidance 2027 ต่ำกว่าคาด → de-rate เหลือ ~23–24x × EPS ~$36 ≈ $850 — ตรงเป้านักวิเคราะห์ฝั่งต่ำสุด และยังสูงกว่า 52wk low $712 (จุดนั้นคือ ~20x ซึ่งต้องมี thesis พังจริง)

สมมุติฐาน

ปัจจัยกระตุ้น

ความเสี่ยง

Pipeline ต่ออายุ Premium: Foundayo + Retatrutide คือใบต่ออายุ P/E 30x+

ความมั่นใจ 62%กรอบเวลา 9-18 เดือน

ทฤษฎี valuation: หุ้นที่เทรด 39x TTM / 32x forward ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยงบไตรมาสหน้า แต่ด้วยคำถามว่า 'การเติบโตจบเมื่อไหร่' — premium ของ LLY จะอยู่หรือไป ขึ้นกับการพิสูจน์ว่า franchise ไม่จบที่ tirzepatide: Foundayo (oral, first mover, ผลิตสเกลง่าย) ต้องโชว์ ramp ที่จับต้องได้ในงบครึ่งหลังปี 2026 และ retatrutide (ลดน้ำหนัก 30.3% — แรงสุดในตลาดตามข้อมูล Phase 3) ต้องเดินเข้าสู่ FDA ตามแผน Q1 2027 โดยไม่มีประเด็น safety ถ้าทั้งสองผ่าน ตลาดจะมองเห็นการเติบโต 3 รุ่นซ้อน (ยาว到กลางทศวรรษ 2030s ตามอายุสิทธิบัตร) และยอมจ่าย 30x+ ต่อไป ถ้าตัวใดตัวหนึ่งสะดุด premium จะถูกรื้อทันทีเพราะไม่มีอะไรรองรับ 39x นอกจากอนาคต

สัญญาณว่าทฤษฎีผิด: FDA ขอข้อมูลเพิ่ม/ชะลอ retatrutide, ยอด Foundayo ต่ำกว่า run-rate ที่ตลาดคาดหลายไตรมาส, หรือข้อมูล head-to-head ที่ CagriSema/oral Wegovy ลบความได้เปรียบเชิงคลินิก

BEAR960 USD-17% · โอกาส 25%
BASE1,320 USD+14% · โอกาส 45%
BULL1,610 USD+39% · โอกาส 30%
bull
1,610 USD
โอกาส 30%
ทั้ง Foundayo ramp และ retatrutide เดินตามแผน → ตลาดคง 35x × EPS 2027 ~$46 ≈ $1,610 — ใกล้เป้าฝั่งสูง $1,600 (scenario TIKR $2,100 มองข้าม horizon นี้)
base
1,320 USD
โอกาส 45%
Pipeline เดินตามแผนแต่ตลาดรอผลอนุมัติจริง → 30x × EPS 2027 ~$44 ≈ $1,320 ตาม consensus เฉลี่ย
bear
960 USD
โอกาส 25%
ตัวใดตัวหนึ่งสะดุด (Foundayo ramp ช้า หรือ retatrutide ล่าช้า) → 25x × EPS 2027 ~$38–40 (โตแค่หลักเดียว) ≈ $960 — de-rate โดยธุรกิจหลักยังไม่พัง

สมมุติฐาน

ปัจจัยกระตุ้น

ความเสี่ยง

🔍 แหล่งข้อมูลที่ใช้ทำรายงาน

17 แหล่งข่าว/เอกสารที่ใช้ประกอบรายงานนี้ — คลิกหัวข้อเพื่อดูเนื้อหาเต็ม

Q2 2026: รายได้ $23.0B (+48% YoY) ทำสถิติใหม่ — ปรับเป้ารายได้ทั้งปีขึ้นเป็น $85–87B

งบการเงิน
แหล่ง: Eli Lilly Investor Relations · 2026-08-05 · ความสำคัญ 5/5

ไตรมาส 2/2026 (ประกาศ 5 ส.ค. 2026):

  • รายได้ $23.0B (+48% YoY) ขับเคลื่อนโดยปริมาณขาย Mounjaro/Zepbound (volume รวม +37%)
  • EPS GAAP $7.94 (+26%), EPS non-GAAP $8.38 (+33%) — non-GAAP โดนกดจากค่าใช้จ่าย acquired IPR&D จากดีล M&A ใน Q2
  • Mounjaro $9.9B (+91%) — สหรัฐ $4.8B, ต่างประเทศ $5.2B (ต่างประเทศแซงสหรัฐแล้ว)
  • Zepbound $4.9B (+44%) จากดีมานด์แข็งแกร่ง หักล้างบางส่วนด้วยราคาสุทธิที่ลดลง
  • รายได้สหรัฐ $14.4B (+33%); ต่างประเทศ $8.6B (+80%, volume +113% แต่ realized price -36%)
  • Gross margin 85.8% (+1.5 pt YoY)
  • ปรับเป้าปี 2026: รายได้ $85.0–87.0B (จากเดิม $82–85B); non-GAAP EPS $35.50–36.50 (รวมภาระ IPR&D $3.03/หุ้นจาก Q2 — underlying ถูกปรับขึ้น ~$2.78 ที่จุดกึ่งกลาง)
  • ไฮไลต์อื่น: FDA อนุมัติ Ebglyss maintenance dosing ทุก 8 สัปดาห์, CHMP แนะนำอนุมัติ Jaypirca ใน EU, ยื่น orforglipron สำหรับ type 2 diabetes ในสหรัฐ, ปิดดีลซื้อกิจการ 4 รายใน Q2

ผลประกอบการปี 2025 เต็มปี: รายได้ $65.2B (+45%), EPS non-GAAP $24.21 (+87%)

งบการเงิน
แหล่ง: Eli Lilly (media room) · 2026-02-04 · ความสำคัญ 5/5

ปี 2025 เต็มปี (ประกาศ 4 ก.พ. 2026):

  • รายได้ $65.2B (+45%); EPS GAAP $22.95 (+96%), EPS non-GAAP $24.21 (+87%)
  • Q4/2025: รายได้ $19.3B (+43%), EPS GAAP $7.39 (+51%), non-GAAP $7.54 (+42%)
  • รายได้ตามผลิตภัณฑ์ปี 2025: Mounjaro $23.0B (+99%), Zepbound $13.5B (+175%) — tirzepatide รวม >$36.5B (~56% ของรายได้) กลายเป็นยาขายดีที่สุดในโลกปี 2025; Verzenio $5.7B (+8%)
  • Gross margin 83.0% (non-GAAP 83.8%); R&D $13.3B (~20% ของรายได้); Operating income $26.3B (+104%)
  • Guidance เริ่มต้นปี 2026 (ณ ก.พ.): รายได้ $80–83B, non-GAAP EPS $33.50–35.00, performance margin 46.0–47.5% (ต่อมาถูกปรับขึ้น 2 รอบใน Q1 และ Q2)

FDA อนุมัติ Foundayo (orforglipron) — ยาเม็ด GLP-1 ลดน้ำหนักตัวแรกที่กินได้ทุกเวลา

ข่าว
แหล่ง: Eli Lilly Investor Relations · 2026-04-01 · ความสำคัญ 5/5

1 เม.ย. 2026 FDA อนุมัติ Foundayo (orforglipron) ยาเม็ด small molecule GLP-1 กินวันละครั้ง สำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วน/น้ำหนักเกินร่วมกับโรคแทรกซ้อน — เป็นยาเม็ด GLP-1 เดียวที่กินได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องงดอาหาร/น้ำ ผลทดลอง ATTAIN-1: ลดน้ำหนักเฉลี่ย ~27 ปอนด์ที่โดสสูงสุด เริ่มส่งผ่าน LillyDirect ตั้งแต่ 6 เม.ย. ก่อนกระจายเข้าร้านยา/telehealth ทั่วสหรัฐ ราคา: ผู้มีประกันเอกชนเริ่ม $25/เดือน (savings card), จ่ายเอง $149–349/เดือนตามโดส — จุดเปลี่ยนสำคัญเพราะยาเม็ดผลิตสเกลได้ง่าย/ถูกกว่ายาฉีด และชิงตลาด oral obesity ก่อน Novo Nordisk

Retatrutide (triple agonist) ผ่าน Phase 3 ทั้ง TRIUMPH-1/2/3 — ลดน้ำหนักสูงสุดถึง 30.3%

ข่าว
แหล่ง: Eli Lilly Investor Relations / AJMC · 2026-07-21 · ความสำคัญ 5/5
  • TRIUMPH-1 (พ.ค. 2026): retatrutide (GLP-1/GIP/glucagon triple agonist) โดส 12 mg ลดน้ำหนักเฉลี่ย 28.3% (~70.3 ปอนด์) ใน 80 สัปดาห์; เกือบครึ่งลดได้ ≥30%; ส่วนขยาย 104 สัปดาห์ในกลุ่ม BMI≥35 ลดเฉลี่ย 30.3% (~85 ปอนด์) — แรงกว่ายาอ้วนทุกตัวที่มีในตลาด
  • TRIUMPH-2 และ TRIUMPH-3 (ก.ค. 2026): ผลบวกในผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี type 2 diabetes และโรคหัวใจและหลอดเลือด — ลดทั้งน้ำหนักและ A1C อย่างมีนัยสำคัญ
  • Lilly วางแผนยื่น BLA ต่อ FDA ใน Q1 2027 — เป็นตัวต่อยอด franchise obesity รุ่นถัดไปหลัง tirzepatide

สงคราม GLP-1: Lilly ครองส่วนแบ่ง 60.9% ในสหรัฐ แซง Novo Nordisk ทั้งใน-นอกสหรัฐ

อุตสาหกรรม
แหล่ง: CNBC / GxP News · 2026-08-06 · ความสำคัญ 5/5

ภาพอุตสาหกรรมยา obesity/diabetes (incretin) ปี 2026:

  • Q2 2026 Lilly ครองส่วนแบ่งตลาดยา obesity+diabetes ในสหรัฐ 60.9% เทียบ Novo Nordisk 38.8% — ช่องว่างถ่างขึ้นเรื่อยๆ
  • พ.ค. 2026 Lilly แซง Novo ในส่วนแบ่ง GLP-1 นอกสหรัฐ เป็นครั้งแรก (Mounjaro ต่างประเทศ +113% volume ใน Q2)
  • ปี 2025 หน่วย Cardiometabolic Health ของ Lilly (Mounjaro+Zepbound) ทำรายได้เกือบ $40B เทียบ segment Diabetes & Obesity ของ Novo ~$44B — แต่โมเมนตัมสวนทาง: Lilly โตแรงต่อ ขณะ Novo เผชิญแนวโน้มรายได้ลดในปี 2026
  • อาวุธถัดไปของแต่ละฝ่าย: Lilly มี Foundayo (oral, อนุมัติแล้ว) + retatrutide (BLA Q1 2027); Novo มี oral Wegovy และ CagriSema — Lilly ถูกมองว่าเป็นผู้นำทั้ง portfolio ยาฉีดและยาเม็ด
  • Morningstar และนักวิเคราะห์หลายรายคาดตลาดยาโรคอ้วนรวมโตต่อเนื่องแตะระดับ >$100B ภายในทศวรรษนี้

Q1 2026: รายได้ $19.8B (+56%), EPS +170% — ปรับเป้าทั้งปีขึ้นครั้งแรก

งบการเงิน
แหล่ง: CNBC / Eli Lilly IR · 2026-04-30 · ความสำคัญ 4/5

ไตรมาส 1/2026 (ประกาศ 30 เม.ย. 2026): รายได้ $19.8B (+56% YoY) จาก volume growth หักล้างบางส่วนด้วย realized price ของ Mounjaro/Zepbound ที่ลดลง; EPS GAAP $8.26 (+170%), non-GAAP $8.55 (+156%) — ดีกว่าคาดมาก บริษัทปรับเป้ารายได้ปี 2026 ขึ้นเป็น $82–85B และ non-GAAP EPS เป็น $35.50–37.00 ไฮไลต์สำคัญของไตรมาสคือ FDA อนุมัติ Foundayo (orforglipron) ยาเม็ด GLP-1 สำหรับโรคอ้วน

งบ 5 ปี (2021–2025): รายได้โตกว่า 2 เท่า มาร์จิ้นขยายแรง — TTM แตะ $79.7B

งบการเงิน
แหล่ง: StockAnalysis.com · 2026-08-31 · ความสำคัญ 4/5

แนวโน้ม 5 ปี (ปีงบ = ปีปฏิทิน, หน่วย $M):

ปี รายได้ %โต Gross margin Op. income Op. margin Net income Net margin EPS (dil.)
2021 28,318 +15.4% 75.4% 8,273 29.2% 5,582 19.7% 6.12
2022 28,541 +0.8% 76.8% 8,653 30.3% 6,245 21.9% 6.90
2023 34,124 +19.6% 79.2% 10,325 30.3% 5,240 15.4% 5.80
2024 45,043 +32.0% 81.3% 17,040 37.8% 10,590 23.5% 11.71
2025 65,179 +44.7% 83.0% 29,696 45.6% 20,640 31.7% 22.95
TTM (มิ.ย. 26) 79,666 +49.6% 83.4% 39,608 49.7% 26,711 33.5% 29.79

ประเด็น: operating leverage ชัดมาก — operating margin ขยายจาก ~29% เป็น ~50% (TTM) ใน 5 ปี เพราะ tirzepatide เป็นสินค้า margin สูงและฐานค่าใช้จ่ายโตช้ากว่ารายได้; EPS ปี 2023 สะดุดจากค่าใช้จ่าย IPR&D/one-off ก่อนพุ่งเกือบเท่าตัว 2 ปีติด

Medicare เปิดทาง GLP-1: โครงการ Bridge ให้ผู้ป่วย Medicare เข้าถึง Zepbound/Foundayo ที่ $50/เดือน

ข่าว
แหล่ง: TIKR · 2026-06-15 · ความสำคัญ 4/5

ภายใต้โครงการ Medicare GLP-1 Bridge ผู้ป่วย Medicare เข้าถึงยาโรคอ้วนของ Lilly ในราคาลดพิเศษตั้งแต่ 1 ก.ค. 2026 ถึง 31 ธ.ค. 2027 โดย cap ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยสำหรับ Zepbound และ Foundayo ที่ $50/เดือน — หุ้น LLY พุ่ง 7% ในวันเดียวหลังข่าว Medicare ครอบคลุมยาลดน้ำหนัก บวกกับ EU panel หนุนยามะเร็งของบริษัท ถือเป็นการปลดล็อกตลาดผู้สูงอายุขนาดใหญ่ที่เดิม Medicare ไม่ครอบคลุมยาโรคอ้วน (แลกกับ realized price ต่อหน่วยที่ลดลงตามข้อตกลงราคากับรัฐบาลสหรัฐ พ.ย. 2025)

10-K ปีงบ 2025 (ยื่น 12 ก.พ. 2026): ข้อตกลงราคายากับรัฐบาลสหรัฐเป็นประเด็นความเสี่ยงใหม่

เอกสารทางการ
แหล่ง: SEC EDGAR (Form 10-K) · 2026-02-12 · ความสำคัญ 4/5

ประเด็นสำคัญจาก Form 10-K ปีงบ 2025:

  • ใน พ.ย. 2025 Lilly ทำข้อตกลงเบื้องต้นโดยสมัครใจกับรัฐบาลสหรัฐ ยอมลดราคายาในกลุ่ม Medicaid และบางโครงการ และจะเปิดตัวยาใหม่ด้วยราคาที่สมดุลขึ้นระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว (most-favored-nation pricing) — เป็นตัวแปรสำคัญต่อ realized price ระยะยาว
  • Risk factors หลัก: ความเสี่ยงระบบ IT/data breach, การพึ่งพิงผลิตภัณฑ์หลัก (tirzepatide), regulatory compliance, การแข่งขันและสิทธิบัตร
  • 8-K ผลประกอบการรายไตรมาสยื่นสม่ำเสมอ (ล่าสุด Q2 2026: https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/59478/000005947826000077/q226lillysalesandearningsp.htm)

นักวิเคราะห์: consensus "Buy" ราคาเป้าหมายเฉลี่ย ~$1,270–1,315 (upside ~10%)

ความเห็นตลาด
แหล่ง: StockAnalysis.com / ChartMill / MarketBeat · 2026-08-31 · ความสำคัญ 4/5

มุมมองนักวิเคราะห์ ณ ปลาย ส.ค. 2026:

  • StockAnalysis (รวบรวมโดย S&P Global): นักวิเคราะห์ 30 ราย เป้าเฉลี่ย $1,315
  • ChartMill: 38 ราย เป้าเฉลี่ย $1,270.28; MarketBeat: 24 Buy / 5 Hold / 2 Sell, median $1,251
  • ช่วงเป้าหมาย: ต่ำสุด $850 (-28%) ถึงสูงสุด $1,600 (+36%); เป้าเฉลี่ยสูงกว่าราคาปัจจุบัน ~11%
  • ตัวอย่าง: BofA ปรับเป้าขึ้นเป็น $1,000 ก่อนหน้านี้ (ช่วงราคายังต่ำ); ฝั่ง bull บางรายให้ scenario สูงถึง $2,100 หลังข่าว Medicare (TIKR)
  • โทนตลาด: บวกจาก execution ของ tirzepatide + การเปิดตัว Foundayo แต่มีข้อกังขาเรื่อง realized price ที่ลดลงเร็ว (โดยเฉพาะนอกสหรัฐ -36%) และ valuation ที่แพงกว่ากลุ่มยาใหญ่มาก

Valuation ณ 31 ส.ค. 2026: market cap ~$1.04T, P/E TTM ~39x, forward ~32x

อื่นๆ
แหล่ง: StockAnalysis.com / Investing.com / companiesmarketcap · 2026-08-31 · ความสำคัญ 4/5
  • ราคาปิด 31 ส.ค. 2026: $1,159.88 (-1.25% รับข่าวดีล Merida; ก่อนหน้า $1,174.61) ช่วง 52 สัปดาห์ $712.05–1,292.65 (Investing.com)
  • Market cap ~$1.04 Trillion — บริษัท biopharma รายแรกที่เคยทะลุ $1T
  • P/E TTM ~38.6–41x (EPS TTM ~$29.79–29.80), forward P/E ~32.4x — premium สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม big pharma (ส่วนใหญ่เทรด ~10–20x) แลกกับการเติบโตกำไรระดับ ~90%+ ต่อปี
  • ROE ~107%, ROIC ~42% (ฐาน equity เล็กเทียบกำไร)
  • หมายเหตุ: จำนวนหุ้นตามแหล่งต่างกันเล็กน้อย (StockAnalysis ~892M, Google Finance ~941M) ทำให้ market cap คำนวณต่างกันเล็กน้อย

JPMorgan (Chris Schott) ยกประมาณการรายได้ปี 2027 ขึ้นเป็น $105.67B และ EPS ปรับ non-GAAP ขึ้นเป็น $50.99 คงเป้า $1,400 พร้อมเตือนการแข่งขันกับ Novo เข้มข้นขึ้น

ความเห็นตลาด
แหล่ง: JPMorgan (ผ่าน finanzen.at) / The Motley Fool · 2026-09-03 · ความสำคัญ 4/5

JPMorgan (นักวิเคราะห์ Chris Schott) ออกโน้ตช่วงต้นเดือน ก.ย. 2026 ปรับประมาณการรายได้ปี 2027 ขึ้นเล็กน้อย +0.7% เป็น $105.67B และปรับ adjusted EPS ขึ้น +1.1% เป็น $50.99 — สูงกว่า EPS 2027 ที่ใช้ในสมมุติฐาน bull case ของทฤษฎี GLP-1 Dominance ($48) และทฤษฎี Pipeline Premium ($46) ในรายงานฉบับก่อน คงเรตติ้ง Overweight และราคาเป้าหมาย $1,400 (สิ้นปี 2026) โดยชี้ว่ารายได้กลุ่ม incretin (Zepbound+Mounjaro+Foundayo) รวมปี 2026 จะเกิน $62B และมีโอกาสแตะ $100B+ ภายในปี 2030 อย่างไรก็ตามบทความที่อ้างอิงโน้ตนี้ (เผยแพร่ 7 ก.ย.) ใช้หัวข้อว่า 'การแข่งขันกับ Novo Nordisk เข้มข้นขึ้น' สะท้อนว่าฝั่ง sell-side เริ่มจับตาแรงกดดันจาก CagriSema (ยื่น FDA แล้ว คาดตัดสินใจ Q4 2026) และ oral Wegovy ที่ยังนำหน้า Foundayo ในตลาดยาเม็ด — เป็นหลักฐานหนุนฝั่ง bull ของทฤษฎี GLP-1 Dominance (เชิงตัวเลข EPS) แต่ก็สะท้อนความเสี่ยงการแข่งขันของทฤษฎี Pricing Squeeze ไปพร้อมกัน

Oral GLP-1 Tracker: Foundayo scripts โต +8% WoW เป็น ~44K แต่ยังตามหลัง oral Wegovy (~181K, +3%) — ส่วนแบ่ง new-Rx ตลาดยาเม็ดอยู่ที่ 21.5% และไล่ตามช้าๆ

ข่าว
แหล่ง: Fierce Pharma (อ้างอิง Jefferies note 28 ส.ค.) · 2026-09-04 · ความสำคัญ 4/5

ข้อมูลใบสั่งยารายสัปดาห์ (IQVIA-based) ที่ Fierce Pharma ติดตาม ณ ต้น ก.ย. 2026: Foundayo (orforglipron) ทำยอด ~44,000 ใบสั่งยา/สัปดาห์ (+8% WoW) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว ขณะที่ oral Wegovy ของ Novo ทำ ~181,000 ใบสั่งยา/สัปดาห์ (+3% WoW) — Foundayo โตเร็วกว่าเป็น % แต่ฐานยังเล็กกว่ามาก ตามโน้ตของ Jefferies (28 ส.ค.) ส่วนแบ่งของ Foundayo ในใบสั่งยาใหม่ (new-Rx) ของตลาดยาเม็ดลดน้ำหนักอยู่ที่ 21.5% และกำลังไล่ตามอย่างช้าๆ นี่คือหลักฐานเชิงปริมาณชิ้นแรกๆ ที่ทดสอบสมมุติฐาน 'Foundayo ทำยอดมีนัยสำคัญภายใน 2-3 ไตรมาสแรก' ของทฤษฎี Pipeline Premium — ผลคือ mixed: กำลังโตต่อเนื่องและเร่งตัว แต่ยังห่างจาก Wegovy pill มาก ไม่ใช่สัญญาณ ramp ที่ 'จับต้องได้แรง' อย่างที่ bull case ต้องการ

Lilly ซื้อ Merida Biosciences มูลค่าสูงสุด $2.88B ขยายพอร์ต autoimmune

ข่าว
แหล่ง: CNBC · 2026-08-31 · ความสำคัญ 3/5

31 ส.ค. 2026 Lilly ประกาศซื้อ Merida Biosciences (บริษัทเอกชน) ด้วยเงินสดสูงสุด $2.88B (upfront + milestones) — Merida พัฒนา precision therapy กำจัดแอนติบอดีก่อโรคโดยคงภูมิคุ้มกันปกติ ตัวยาหลัก MER511 (Phase 1) สำหรับ Graves' disease และ thyroid eye disease ซึ่งข้อมูลเบื้องต้นลดแอนติบอดีก่อโรคได้มากและปลอดภัยดี ดีลคาดปิด Q4 2026 เป็นการกระจายพอร์ตออกนอก obesity/diabetes ต่อเนื่อง — หุ้นลดลง ~2% รับข่าว (ตลาดกังวลค่าใช้จ่าย IPR&D เพิ่ม)

ข่าวเดือน ส.ค. 2026: Mounjaro ได้ข้อบ่งใช้ลดความเสี่ยงหัวใจ + FDA เลือกโรงงาน Indiana เข้า pilot program

ข่าว
แหล่ง: Quiver Quantitative / Simply Wall St · 2026-08-20 · ความสำคัญ 3/5

ประเด็นเดือน ส.ค. 2026 (ตามสรุปข่าวของ Quiver Quantitative และ Simply Wall St):

  • FDA อนุมัติข้อบ่งใช้เพิ่มของ Mounjaro เพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด — เสริมความได้เปรียบเชิงคลินิกเหนือคู่แข่งและช่วยเรื่องการเบิกจ่ายประกัน
  • Lilly ขยายการลงทุนโรงงานใน Indiana เพิ่ม $4.5B และ FDA เลือกโรงงาน Indiana ของบริษัทเข้า pilot program เร่งอนุมัติกำลังการผลิต
  • ขยาย clinical trials กลุ่ม Alzheimer's เพิ่มเติม (ต่อยอด Kisunla)

ผลข้อมูล 52 สัปดาห์ TOGETHER-PsO/PsA: tirzepatide+Taltz ให้ผลดีกว่า Taltz เดี่ยวในโรคสะเก็ดเงิน/ข้ออักเสบสะเก็ดเงิน — ต่อยอด TAM นอกเหนือ obesity/diabetes

ข่าว
แหล่ง: Eli Lilly Investor Relations · 2026-08-31 · ความสำคัญ 3/5

Lilly เผยผล 52 สัปดาห์ของ Phase 3b TOGETHER-PsO และ TOGETHER-PsA (tirzepatide ร่วมกับ Taltz/ixekizumab เทียบ Taltz เดี่ยว) — กลุ่ม combo รักษาหรือดีขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ 36: PASI 100 (ผิวหนังใสสนิท) รักษาไว้ได้ 40.5% เทียบ 29.1% ในกลุ่มยาเดี่ยว, และ ACR50+ลดน้ำหนัก ≥10% ในกลุ่มข้ออักเสบสะเก็ดเงินทำได้ 39.2% เทียบ 1.7% ของยาเดี่ยว แม้ข่าวนี้ออกก่อนช่วงรีวิว 1 วัน (31 ส.ค.) แต่ไม่อยู่ใน known_items เดิม และมีนัยตรงกับความเสี่ยงกระจุกตัวของทฤษฎี Pricing Squeeze ('tirzepatide คิดเป็น ~56%+ ของรายได้') เพราะเป็นหลักฐานว่า Lilly กำลังขยาย label ของ tirzepatide ออกนอกกรอบ obesity/diabetes ไปสู่ autoimmune/dermatology ซึ่งช่วยกระจายฐานรายได้ของโมเลกุลเดียวกันในระยะยาว (แม้จะยังเป็นข้อมูล Phase 3b ที่ต้องรอ label expansion อย่างเป็นทางการ)

Lilly เปิดตัว Foundayo ในสหราชอาณาจักร — ประเทศแรกในยุโรป ราคา £100-120/เดือน ผ่านใบสั่งยาเอกชน ระหว่างรอ NICE review

ข่าว
แหล่ง: Yahoo Finance / Insider Monkey · 2026-09-04 · ความสำคัญ 3/5

Lilly เริ่มขาย Foundayo (orforglipron) ในสหราชอาณาจักรผ่านช่องทางใบสั่งยาเอกชน หลังหน่วยงานกำกับยาของอังกฤษอนุมัติเมื่อ 10 ส.ค. 2026 นี่คือประเทศแรกในยุโรปที่ได้ใช้ยาเม็ดตัวนี้ ราคาตั้งไว้ที่ £100-120/เดือน เทียบกับ Mounjaro ฉีดที่ ~£330/เดือน — ถูกกว่ามาก การเข้าถึงผ่านระบบ NHS ยังต้องรอผล NICE review แยกต่างหาก ข่าวนี้สนับสนุนสมมุติฐาน 'Foundayo ขยายตลาดต่างประเทศ' ในทฤษฎี GLP-1 Dominance แต่ก็ตอกย้ำแพทเทิร์นราคาต่ำ (low-price entry) ที่เป็นแกนของทฤษฎี Pricing Squeeze เช่นกัน